“อย่ารังเกียจคนวงการมวย” ? เสียงจากพวกเราถึงสังคม

นี่เป็นช่วงเวลาสำคัญที่ คนวงการมวยต้องจับมือกันให้แน่น

เพื่อก้าวผ่านวิกฤติไวรัส โควิด-19 


    เพราะหลายคนทื่อาจมีความไม่เข้าใจในสถานการณ์ เข้าใจว่า “คนมวย” เป็นต้นตอของการแพร่ระบาดใหญ่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา 

    คนจากวงการมวยไทย จึง ตกเป็นจำเลยของสังคม จากนำเสนอข่าวสารของสื่อ ที่ชี้นำประเด็น และพุ่งเป้าไปที่  ยอดผู้ติดเชื้อที่มาจากสนามมวย จนทำให้บรรดานักมวย ไปจนถึงคนที่เกี่ยวข้องกับอาชีพมวยไทย พลอยได้รับผลกระทบทั้งทางตรง ทางอ้อม และกลายเป็นหวาดระแวงสำหรับบุคคลทั่วไป

    อย่างตัวนักมวย แน่นอนว่าการปิดเวที งดจัดแข่ง ทำให้พวกเขาขาดรายได้ไปจุนเจือครอบครัว มิหนำซ้ำวิฤกตินี้ ยังส่งผลให้ “นักมวย” ถูกคนรอบข้างมองไปในทางที่ไม่ดี ทั้งที่พวกเขาไม่ได้มีอาการป่วย ไม่ใช่ตัวแพร่เชื้อ สุขภาพปกติดี 

    แต่การนำเสนอข้อมูลบางส่วนที่อาจไม่รอบด้าน และความเข้าใจของคนภายนอกที่ไม่ตรงกัน ก็ทำให้ชาวบ้าน หรือคนรอบๆ ตัว นักมวย ที่เดินทางกลับภูมิลำเนา เมื่อไม่มีรายการชก ต่างรู้สึกอกสั่นขวัญใจ จนพวกเขาต้องออกโพสต์ระบายความรู้สึกที่อึดอัดนี้ ออกมา

    สิ่งที่สังคมต้องทำความเข้าใจประเด็นนี้ใหม่ ? ประการแรก “รายการมวย” ที่ว่านั้น มีการดำเนินการชกตั้งแต่ช่วงต้นเดือน มีนาคม ซึ่งตอนนั้นทางสนามมวย ได้เริ่มมีการควบคุมให้จัดชกแค่บางรายการเท่านั้น  รวมถึงมีการทำความสะอาด ฆ่าเชื้อ และตรวจวัดไข้ ก่อนเวทีทุกคน เพื่อป้องกัน

 


    ฉะนั้นการจัดมวยในตอนนั้น จึงเกิดความที่ไม่รู้ว่า จะมีสถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น เหมือนอย่างที่ มิสเตอร์ป๋อง พิธีการมวยชื่อดังที่ติด โควิด-19 จากเวทีมวย บอกว่า เขายอมทิ้งตั๋วเพื่อไปดูลิเวอร์พูล ที่อังกฤษ เพราะหวั่นกับสถานการณ์ แต่สุดท้ายตนเองก็ได้รับเชื้อจากการอยู่ที่เมืองไทย ซึ่งก็ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าเหตุการณ์จะออกมาในลักษณะนี้    

    แต่เนื่องจากเชื้อโควิด-19 เป็นโรครระบาดใหม่ ที่ยังไม่เคยปรากฏมาก่อนในวงการมวย ที่สำคัญคนที่มีเชื้อนี้ในตัว บางรายไม่แสดงอาการป่วยออกมา การควบคุมจึงทำได้ยาก บวกกับพื้นที่สนามแข่งขันที่เป็นลักษณะ อากาศไม่ถ่ายเท เหมือนสนามกีฬากลางแจ้ง ก็ทำให้ การติดเกิดขึ้นได้ง่ายกว่า การไปรับชมกีฬากลางแจ้ง 

    ประการต่อมา ทันทีมี “คนมวย” ทราบผลว่าตนเอง ติดเชื้อโควิด-19 กลุ่มแรกๆ สิ่งที่พวกเขาทำทันทีเลย คือ การโพสต์แจ้งว่า ตนเองมีเชื้อและขอให้คนรอบข้าง หรือผู้ที่เวทีมวยในช่วงวันเวลาดังกล่าว ไปตรวจ ทำให้มีเซียนมวยจำนวนมาก ไปตรวจ บางคนไม่มีอาการป่วยเลย แต่ก็ยอมไปตรวจ เพื่อต้องการทราบผล และหยุดยั้งการแพร่ระบาดแก่คนรอบข้าง 

    นี่คือสิ่งที่คนวงการมวย รับผิดชอบต่อสังคม ตั้งแต่ก่อนที่จะมีการยืนยันตัวเลข จาก กระทรวงสาธารณสุขว่า มีเซียนมวยจำนวนมาก ติดเชื้อโควิด-19 

    และสาเหตุที่พบและรวบรวมจำนวนผู้ติดเชื้อได้มาก ก็มาจากการที่ คนวงการมวย มีสปิริต ไปตรวจกันตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนที่สนามจะมีมาตรการเยียวยา หรือหน่วยงานของรัฐ จะประกาศให้คนวงการมวย ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ไปตรวจ

    คนวงการจำนวนมาก ยอมควักทุนส่วนตัว เพื่อตรวจและ แสดงเจตนารมณ์ที่ต้องการรับผิดชอบต่อสังคม บางคนจนถึงตอนนี้ เสียค่ารักษาเป็นแสนบาท เราถือว่าบุคคลเหล่านี้ มีความกล้าหาญ และเลือกที่สู้กับความจริง เพื่อทำให้สถานการณ์ไม่แย่ลงไปกว่านี้ อย่ารังเกียจคนวงการมวย เพียงเพราะเป็นสถาานที่มีคนอยู่มากและมีการรวมตัวกันในช่วงแรกๆ ซึ่งไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น

    เชื่อเถอะว่า ถ้าพวกเขารู้ว่าตัวเองมีเชื้อ หรือในวันนั้น ถ้ารู้ว่าต้องไปเวทีแล้วเจอเชื้อ คงไม่มีใครอยากเป็นคนที่แพร่เชื้อต่อ พาตัวเองไปเสี่ยงหรอก แต่การระบาดนี้ มันเป็นโรคอุบัติใหม่ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับวงการมวยไทย ครั้งนี้คงเป็นบทเรียนสำคัญ สำหรับวงการมวยไทย เมื่อต้องมีจัดแข่งขันกีฬา ในช่วงที่มีโรคระบาด 

 

 

 

    และนี่คือเสียงจากคนวงการมวยไทย ที่ไม่อยากให้ สังคม มองว่าพวกเขาคือ จำเลย และ อย่ารังเกียจคนวงการมวย แต่อยากให้เข้าใจ และรับฟังข้อมูลอีกด้าน โดยเฉพาะในแง่ของความรับผิดชอบต่อสังคม

    มวยเด็ด789 ขอเป็นกำลังใจให้ "คนมวย" และประชาชนทุกคน ไม่ว่าจะวงการไหน ขอให้ปลอดภัย และระวังรักษาสุขภาพให้ปลอดภัยจากไวรัสโควิด-19 

 


ติดตามทุกข่าวสารวงการมวย มวยไทยออนไลน์ มวยหู ได้ที่นี่ที่เดียว www.muayded789.com