“จิตสำนึกที่ดีต้องมาก่อนผลประโยชน์” ถอด บทเรียนของวงการมวย จากโควิด-19

"บทเรียนของวงการมวยจากโควิด-19"


    สำหรับคนวงการมวย คงไม่มีใครคาดคิด และอยากให้สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 เดินทางมาถึงจุดนี้ 

    หากดูจากตัวเลข ปัจจุบันมีเซียนมวย ผู้เกี่ยวข้องกับวงการมวย ติดเชื้อทะลุหลักร้อยคน และที่น่าเศร้าเป็นอย่างมาก มีถึง 2 ราย เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ ขณะที่คนมวย อีกจำนวนหนึ่งยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล

    2-3 วันก่อน ผู้เขียนได้มีโอกาสฟังไลฟ์สดของ เสี่ยโบ๊ท – ณัฐเดช วชิรรัตนวงศ์ โปรโมเตอร์คนหนุ่มหัวก้าวหน้า ที่มีมุมมองความเห็นน่าสนใจเกี่ยวกับมวยไทย ซึ่งประเด็นหนึ่งที่รู้สึกสะดุดใจ จนอยากหยิบยกนำมาเล่าต่อก็คือ ความรับผิดชอบ และ บทเรียนของวงการมวย ที่ต้องเรียนรู้จากวิกฤตนี้

    เสี่ยโบ๊ท ย้อนความกลับไปตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม “สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศ ได้ส่งหนังสือขอความร่วมมือ ไปยังสนามมวยลุมพินี, ราชดำเนิน และเวทีมวยอื่นๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ให้งดการแข่งขันออกไปก่อน เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาด เนื่องจากสนามมวยเป็นสถานที่มีคนจำนวนมาก มาอยู่รวมกัน 

    ทว่าหนังสือขอความร่วมมือดังกล่าว กลายเป็นหมัน เมื่อผู้มีอำนาจเพิกเฉย การแข่งขันมวยยังคงดำเนินต่อไปอีกหลายรายการ นานนับสัปดาห์ ไม่ใช่แค่นัดวันที่ 6 มีนาฯ เท่านั้น 

    จนกระทั่งพบผู้ติดเชื้อจากสนามมวย เป็นข่าวคราวใหญ่โต และสถานการณ์ดูท่าจะยากเกินควบคุม เวทีมวยต่างๆ จะทยอยกันปิดสนาม โปรโมเตอร์ต่างๆ ที่จัดตามโควต้า หรือจัดในช่วงทีวี ก็พลอยหยุดตามไปด้วย 

    ดังนั้นเขามีความเห็นว่า ผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีส่วนการจัดมวยดำเนินการต่อไป ควรต้องมีการออกมารับผิดชอบต่อ นักมวย และหัวหน้าค่าย รวมถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์    ณัฐเดช มองว่า นั่นคือสิ่งที่ วงการมวยไทย ไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบต่อสังคมได้ เพราะการตัดสินใจของคนเพียงไม่กี่คน ที่ไม่ยอมทำตาม หนังสือขอความร่วมมือจาก สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวยฯ 

    อย่างในศึกเพชรยินดี “เสี่ยโบ๊ท” เขาเตรียมช่วยเหลือหัวหน้าคณะ นักมวยในศึกสายของตน ซึ่งเขาหวังว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นกับวงการมวยไทยในภาพรวม 

    ที่ถึงเวลาแล้ว ในการต้องมานั่งทบทวน และเรียนรู้ความผิดพลาดเป็นบทเรียนนำไปแก้ไข ไม่ใช่ใช้วิธีการแบบพวกมากลากไป แตะต้องไม่ได้, วงการมวยต้องถูกเสมอ ส่วนไหนที่ผิดก็ต้องยอมรับ ส่วนไหนที่ไม่ใช่ก็ต้องชี้แจงทำให้เกิดความกระจ่าง 

    รวมถึงเรื่องของมวยถ่ายทอดสด เสี่ยโบ๊ท ไม่เห็นด้วยที่โปรโมเตอร์ จะจัดมวยตู้แบบปิดไม่ให้ผู้ชมเข้าสนาม ในสถานการณ์แบบนี้ 

    จริงอยู่ การจัดแบบไม่มีคนดู มีความปลอดภัย ลดการแพร่ระบาดได้ แต่เมื่อมีการจัดมวยทีวี สิ่งที่ตามมาคือ ผู้คนจะไปรวมตัวกันหน้าตู้เพื่อเล่นการพนันอยู่ดี และถ้าหากมีใครสักคน ได้รับเชื้อ จนป่วยเป็นโรคโควิด-19 เพราะไปสุงสิงกับผู้คน ดูมวยตู้…“วงการมวยไทย” ก็จะยิ่งถูกตราหน้าเข้าไปอีก 

    ประโยคหนึ่งในการไลฟ์ของเสี่ยโบ๊ท ที่ผู้เขียนรู้สึกชอบและเห็นด้วยก็คือ “จิตสำนึกที่ดีต้องมาก่อนผลประโยชน์” 

    แน่นอนว่า ในวงจรของมวยไทยอาชีพ ไม่มีใครหรอกครับ ที่อยากให้มวยต้องหยุดจัด, เวทีมวยต้องปิดไป เพราะหากมวยไทยสามารถดำเนินการจัดต่อได้ นั่นเท่ากับว่า สนามมวย จะมีรายได้จากโปรโมเตอร์, โปรโมเตอร์จะมีรายได้จากผู้ชม นักมวย หัวหน้าคายจะมีรายได้จากมีรายการชก, เซียนมวย มีสถานที่ให้เล่นการพนัน แทงมวย, คนชอบดูมวยก็จะมีความบันเทิงไว้รับชม 

    แต่ในบางสภาวะการณ์ “จิตสำนึก” และ “ความรับผิดชอบ” อาจต้องเป็นสิ่งที่ถูกคำนึงก่อนผลประโยชน์ อย่างเช่น บทเรียนของวงการมวย จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เมื่อปล่อยให้สถานการณ์ถึงจุดนี้ ก็สายเกินไปที่จะควบคุม เพราะไฟได้ไหม้ฟางไปแล้ว

 


ติดตามทุกข่าวสารวงการมวยได้ที่นี่ www.muayded789.com

 

 

ไปต่อหรือพอแค่นี้ ? เส้นทางที่ต้องเลือกของ “รุ้งนารายณ์” 

"รุ้งนารายณ์ เกียรติหมู่ 9" กับเส้นทางที่ต้องเลือก


    ถือเป็นข่าวที่สร้างความตกอกตกใจ และช็อคแฟนมวยไม่น้อย เมื่อมีสื่อวงการมวย ตีข่าว “รุ้งนารายณ์ เกียรติหมู่ 9” อาจแขวนนวม หลังเจ้าตัวออกมาโพสต์ว่า “ต่อจากนี้จะไม่มีนักมวยที่ชื่อรุ้งนารายณ์บนสังเวียนต่อสู้อีกแล้ว ขอบคุณทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ตลอดมา”

    ต้องยอมรับว่าช่วงรอบปีที่ผ่านมา “รุ้งนารายณ์” เป็นนักมวยคนหนึ่งที่โชคชะตามักไม่เป็นใจให้เขาเสมอ ตั้งแต่การถูกริบรางวัล ยอดมวยถ้วยพระราชทาน ประจำปี 2562 หลังประกาศไปแต่แค่วันเดียว จากนั้นก็ยังไปพลาดท่า ปีนเวตแพ้น็อก ไคโตะ ว.วันชัย ตามมาด้วยการเสียเข็มขัดแชมป์ลุมพินี รุ่น 115 ปอนด์ให้ ชนะเลิศ มีนะโยธิน แบบค้านสายตาคนดูบางส่วน โดยไฟต์นั้น รุ้งนารายณ์ต่อน้ำหนักถึง 3 ปอนด์

    กระแสหนึ่งของแฟนมวย รู้สึกเสียดายในฝีมือ อายุ เพราะเป็นถึงนักชกระดับมวยเงินแสน มวยเอกเกรดเอของวงการ ไม่น่ารีบรีไทร์ บางกระแสมองในแง่ดี คิดว่าเจ้าตัวคงเปลี่ยนชื่อในการชกมวย ไปจนถึงบางคอมเมนท์ที่บอกว่า อาจจะเลิกชกแค่ชั่วคราว อีกสักระยะหนึ่งก็คงกลับมาชก เหมือนกับนักมวยหลายๆ ท่าน     แม้จะสามารถแก้มือคืนจาก ชนะเลิศ ได้สำเร็จ และดูท่าว่าทุกอย่างกำลังกลับมาเข้าที่เข้าทาง แต่แล้วก็ออกมาโพสต์ทำนองที่ตีความได้ว่า กำลังถอดใจคิดจะแขวนนวม โดยไม่มีใครทราบถึงสาเหตุ 

    จากการสอบถามคนในค่ายเบื้องต้น ก็ยอมรับว่าตัวรุ้งนารายณ์เองได้โพสต์ข้อความดังกล่าวจริง แต่จากการตรวจสอบดูในเฟซบุคส่วนตัว โพสต์ที่ว่านั้น ถูกลบออกไปแล้ว 

    ขณะที่ทางฝั่งของ เสี่ยโบ๊ท เพชรยินดี ในฐานะโปรโมเตอร์ศึกเพชรยินดี ที่รุ้งนารายณ์ชกอยู่ แสดงความเห็นว่า รุ้งนารายณ์ควรตัดสินใจด้วยความละเอียดรอบคอบก่อนที่โพสต์อะไรออกไป ตนเองไม่ปิดกั้นหากรุ้งนารายณ์ ต้องการอำลาสังเวียนผืนผ้าใบ แต่ขอให้ได้มีการพูดคุยกันก่อน ว่าด้วยเหตุผลกลใดที่ทำให้ตัดสินใจเช่นนี้ หรือ เกิดปัญหาอะไรกับชีวิต ที่ทำให้คิดเช่นนั้น 

    ในจุดหนึ่ง ผู้เขียนมีความรู้สึกเห็นใจตัวของ รุ้งนารายณ์ที่อาจมีปัญหาบางอย่างในชีวิต หรืออาจเกิดความรู้สึกอิ่มตัว หมดไฟ  ซึ่งมันสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทำงานทุกๆ อาชีพ ไม่เว้นแม้แต่นักมวย 

    เพียงแต่ทุกๆ ปัญหา หากเก็บไว้คนเดียว บางครั้งมันก็อาจทำให้เราต้องทุกข์ทนกับมัน จนมีทางเลือกชีวิตน้อยนิด บางครั้งการได้บอกเล่า พูดคุย หรือปรึกษาคนรอบข้าง ผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้ น่าช่วยให้มีทางเลือกให้เดินต่อไปได้มากมายหลายทาง

    ซึ่งไม่ว่าสุดท้าย รุ้งนารายณ์จะตัดสินใจเดินทางไหน ก็เป็นสิทธิและชีวิตของเจ้าตัวที่จะเลือกหนทางที่สบายใจสุด แต่หากเส้นทางนั้นคือการเลิกชกมวย ก็นับว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายไม่น้อย ในฝีไม้ลายมือของเจ้าตัว ที่กว่าจะสั่งสมบารมีมาถึงจุดนี้ เขาผ่านใช้เวลาและความพากเพียรมาอย่างยาวนานหลายปี นี่อาจจะเป็นเกมแห่งชีวิตที่เข้ามาเป็นบททดสอบ เพื่อให้ข้ามผ่านช่วงเวลานี้

 


ติดตามทุกข่าวสารวงการมวยได้ที่นี่ www.muayded789.com

 

 

 

“ไคโจ้ เค” : ทายาทตำนานโปรโมเตอร์ภูธรผู้พา “ศึกวันกิ่งทอง” ไปจัดที่ญี่ปุ่น

“ไคโจ้ เค” นัฐพล นาคสินธุ์


    พิษจากโรคระบาดโควิด-19 ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่เพียง โปรโมเตอร์ผู้จัดมวยในไทยเท่านั้น อย่างที่ “เสี่ยเน้า” วิรัตน์ วชิรรัตนวงศ์ คาดการณ์ว่า มวยไทย อาจจะหยุดอย่างน้อย 3 เดือน เพราะการแพร่ระบาดยังคงลุกลามไปถึงผู้จัดมวยทั่วทุกมุมโลก

    ซึ่งในนั้นยังรวมถึง คุณไคโจ้ เค นัฐพล นาคสินธุ์ โปรโมเตอร์สายเลือดไทยแท้ ที่ไปลงทุนเปิดยิม และจัดมวยไทยในชื่อ “ศึกวันกิ่งทอง เจแปน” ถึงประเทศญี่ปุ่น ที่จำยอมต้องยกเลิกจัดมวย ตามภาวะสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

    นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พบเจอกับมรสุมชีวิตที่ต้องสูญเสียนับล้าน ในการเป็นโปรโมเตอร์มวยไทย บนแผ่นดินญี่ปุ่น 

    แต่ไม่ว่าจะเจอปัญหาอะไร เขามีคติข้อหนึ่งที่ยังคงยึดถือไว้แน่น และทำให้เขาผ่านพ้นทุกวิกฤตมาได้ นั่นคือ “เสียเงินไม่ได้เสียชีวิต” หากชีวิตยังสิ้น และไม่ยอมแพ้ เราทุกคนยังมีโอกาสหาเงินใหม่ได้เสมอ 

    ไคโจ้ เคหรือ เค ลูกพระบาท เป็น บุตรชายของ “กิ่งทอง ลูกพระบาท” อดีตนักชกระดับตำนาน และโปรโมเตอร์ผู้ภูธรจากจังหวัดสระบุรี ที่เคยอยู่เบื้องหลังยุคทอง ค่ายมวยลูกพระบาท ก่อนจะแยกตัวออกมาจัดศึกวันกิ่งทอง และทำค่ายของตัวเองในชื่อ น.นาคสินธุ์ 

    ส่วนบุตรชาย “เค ลูกพระบาท” ช่วงชีวิตวัยหนุ่ม เขาตัดสินใจออกไปบินลัดฟ้าไปแสวงความท้าทาย ในการทำงานเป็น ครูสอนมวยไทย ที่ประเทศญี่ปุ่น และเริ่มขึ้นสังเวียนเป็นนักสู้มวยไทย อยู่ที่นั่นหลายปี จนกระทั่งอาการบาดเจ็บพรากเขาออกจากสังเวียน 

    แม้ชีวิตหลังจากเลิกชกมวย เขาจะกลับมาช่วยงานคุณพ่อกิ่งทอง ดูแลค่ายและจัดมวยที่เมืองไทย ด้วยชื่อเสียงที่สั่งสมไว้บนผ้าผืนผ้าใบญี่ปุ่น บวกกับมีมิตรสหายมากมายในแดนปลาดิบ สุดท้าย นัฐพล ก็ต้องเป็นธุระจัดการ ช่วยประสานพานักมวยไทยไปชกที่ญี่ปุ่นอยู่เสมอ จนวันหนึ่งเขาได้รับคำชักชวนจากเพื่อนชาวญี่ปุ่นให้ลงทุนเปิดค่ายมวยที่นี่

    คุณไคโจ้ เค ตัดสินใจหอบครอบครัวมาอยู่ที่นี่อีกครั้ง ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ อยากเผยแพร่มวยไทยให้ชาวต่างชาติได้รู้จัก แม้จะต้องเผชิญกับภาวะขาดทุนหลายหน การลงทุนจัดมวยที่ต้องใช้เงินหลักล้านในแต่ละครั้ง แต่เขาก็ไม่ท้อ จนสามารถผลักดันศึก วันกิ่งทอง เจแปน จัดในสังเวียนมวยที่ยิ่งใหญ่อย่าง เวทีมวยโคระคุเอ็น ได้

การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำอ่วม ยกเลิกจัดรายการ

    ปีที่ผ่านมาไคโจ้ เคได้รับรางวัลบุคคลดีเด่นผู้เผยแพร่มวยไทยสู่ต่างแดน จากสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬามวยฯ แต่ปีนี้เขาก็ต้องมาเจอกับฝันร้าย เมื่อ ศึกวันกิ่งทอง ที่ลงทุนเสียเงินจ่ายค่าสถานที่เช่า และขายบัตรไปแล้ว 1,600 ที่นั่ง ต้องยกเลิกจัดและคืนเงินทั้งหมด โดยไม่ได้เงินค่าเช่าสนาม คืนสักบาทเดียว เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และรัฐบาลญี่ปุ่นขอความร่วมมือให้ยกเลิกการแข่งขัน

    ถึงแม้จะต้องเสียทองเป็นจำนวนมาก และไม่รู้ว่าวิกฤตนี้จะผ่านไปเมื่อไหร่ แต่อย่างน้อยที่สุด เราเชื่อว่าคนที่ติดตาม และได้รับรู้เรื่องราว ย่อมเห็นอกเห็นใจ และชื่นชมในความตั้งใจจริงที่กล้าหาญจัดมวยในต่างแดน เพื่อให้ชาวต่างชาติได้รู้จักถึงศิลปะการต่อสู้ของไทย รวมถึงยังเป็นการต่อยอด และสานฝันให้นักชกภูธรหลายๆคน ได้ขึ้นสังเวียนในต่างแดน 

    “เสียเงิน ไม่ได้เสียชีวิต” เราเชื่อว่าเขาจะกลับมาได้แข็งแกร่งอย่างแน่นอน – กัมบัตเตะเนะ “คุณไคโจ้ เค” นัฐพล นาคสินธุ์

 


ติดตามทุกข่าวสารมวยได้ที่นี่ www.muayded789.com

 

 

คนมวยไม่ทิ้งกัน! เสี่ยโบ๊ท เยียวยาคนมวย

คนมวยไม่ทิ้งกัน! เสี่ยโบ๊ท เยียวยาคนมวย

เสี่ยโบ๊ท ณัฐเดช วชิรรัตนวงศ์ เปิดใจยอมรับว่า วงการมวยได้รับผลกระทบเต็มๆกับวิกฤต โควิด-19 ว่าจะเป็นนักมวย-หัวหน้าคณะ ในส่วนของตนในฐานะโปรโมเตอร์ เตรียมเยียวยานักมวยในสายศึกเพชรยินดี เพื่อเป็นการช่วยเหลือเบื้องต้น และหากมี นักมวย-หัวหน้าคณะใดที่ต้องการควาช่วยเหลือ ตนก็ยินดียื่นมือช่วยเหลือ สำหรับรายละเอียดในการช่วยเหลือตนจะแจ้งให้ทราบในเร็วๆนี้ #มวยเด็ด789

แชมป์ชนแชมป์ : 5 คู่มวยแชมป์ลุมพินี – ราชดำเนิน ที่น่าประกบเจอกันมากสุด ?

5 คู่มวยแชมป์ลุมพินี – ราชดำเนิน ที่น่าประกบเจอกันมากสุด ??


    ช่วงที่มวยหยุดทำการแข่งขัน และหลายๆคน ต้องใช้ชีวิตอยู่ในบ้านเป็นหลัก ตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ก็อาจทำให้ใครหลายคน เซ็งไม่น้อย 

    แต่ไม่ว่าจะสถานการณ์ไหน มวยเด็ด 789 ก็ยังคงไม่หยุดที่จะนำเสนอข้อมูลข่าวสาร รวมถึงบทความที่น่าสนใจ มาฝากแฟนหมัดมวย

    สำหรับบทความวันนี้ เราจะมาพูดถึงเข็มขัดแชมป์มวยไทย ที่เป็นสุดยอดความปรารถนาของพ่อกำปั้นทุกคน คงหนีไม่พ้น แชมป์ 2 เวทีมาตรฐาน จากวิกราชดำเนิน และ ลุมพินี ที่ต่างเป็นเครื่องการันตีความยอดเยี่ยมของนักชกคนนั้น 

    และถ้าเอาแชมป์ของสองเวทีมาเจอกันล่ะ ? คิดเอาแล้วกันว่าจะสนุกแค่ไหน และนี่คือ 5 คู่มวย แชมป์ชนแชมป์ ลุมพินี VS ราชดำเนิน ที่น่าเจอกันมากสุด ณ พ.ศ.นี้ 

    1. แพรวพราว มวยเด็ด 789 – รักษ์ เอราวัณ

“เจ้าปลาคราฟมรณะ” แพรวพราว มวยเด็ด 789 เจ้าของเข็มขัดแชมป์เวทีราชดำเนิน รุ่น 108 ปอนด์ ถือเป็นนักชกที่เริ่มหาตัวชก ในเวตเดียวกันยากเหลือเกิน ด้วยสไตล์การชกที่บู๊ระห่ำถึงใจพระเดชพระคุณเจ้า ถ้าข้ามศึกมาชนกับ แชมป์เวทีลุมพินี และแชมป์ประเทศไทย อย่าง รักษ์ เอราวัณ ที่เป็นมวยประเภท ถอยหลังไม่เป็น อาวุธหนักแรง ก็น่าจะสู้กันได้สนุกถึงพริกถึงขิงอย่างแน่นอน


    2. ก้องชัย ไฉนดอนเมือง – ชนะเลิศ มีนะโยธิน

ก้องชัย ไฉนดอนเมือง ระยะหลังฟอร์มสุดเหลือร้าย โดยเฉพาะไฟต์สร้างชื่อ ที่กระชากแชมป์เวทีราชดำเนิน รุ่น 115 ปอนด์ จากเพชรสุพรรณ ทรงพล K.N.C. แบบหักปากเซียน หากมาเจอกับ ชนะเลิศ มีนะโยธิน เจ้าของเข็มขัดรุ่นเดียวกันของ เวทีมวยลุมพินี ที่เพิ่งถูก รุ้งนารายณ์ แก้มือล้างตาแบบทบต้นทบดอกได้สำเร็จ  ก็นับเป็นคู่มวยที่น่าจัดอย่างยิ่ง 


    3. เสาโท ศิษย์เชฟบุญธรรม –  คมเพชร ศิษย์สารวัตรเสือ

แม้ว่า เสาโท จะพลาดท่าในไฟต์ล่าสุดให้ กุมารดอย เพชรเจริญวิทย์ นักมวยรุ่นพี่ แต่เข็มขัดแชมป์รุ่น 118 ปอนด์ เวทีมวยราชดำเนิน และรางวัลนักมวยยอดเยี่ยม เวทีมวยราชดำเนิน ยังเป็นเครื่องการันตีถึงความสามารถของเขา นาทีนี้ถ้ามาวัดกับ คมเพชร ศิษย์สารวัตรเสือ แชมป์รุ่นเดียวกันเวทีมวยลุมพินี ที่ระยะหลัง อาจมีฟอร์มสะดุดไปบ้าง แต่ไฟต์ล่าสุด คมเพชร เรียกศรัทธากลับมาได้ ด้วยการเอาชนะน็อก ฟ้าเป็นหนึ่ง ภ.หลักบุญ สไตล์การชก ทรงมวย อายุอานามไล่เลี่ยกัน ฝีมือ บารมีมวยไม่หนี หากได้ชกกันจริง ต้องบอกเลยว่า คู่นี้ถูกคู่เอามากๆ 


    4. สมิงเดช น.อนุวัฒน์ยิม – สองคม บางกอกอะไหล่ยนต์

เจ้าสมิงเดช แชมป์ราชดำเนิน รุ่น 130 ปอนด์ เด็กคนนี้ยิ่งชกยิ่งเก่ง ร้ายกาจขึ้นทุกวัน ถ้าประกบมาเจอกับดาวบู๊รุ่นพี่อย่าง สองคม บางกอกอะไหล่ยนต์ เจ้าของแชมป์ประเทศไทย และเวทีมวยลุมพินี น่าสนใจว่า สมิงเดช จะเอา สองคม ลงไหม 


    5. เสกสรร อ.ขวัญเมือง – เหนือธรณี สามชัยวิเศษสุก

เจ้าของฉายา คนไม่ยอมคน ทำเอาเจ้าหงส์ ธนญชัย สมหวังไก่ย่าง อกหักต้องนอนร้องไห้ เมื่อบังสรร สามารถรักษาแชมป์ราชดำเนิน รุ่น 135 ปอนด์ ไว้ได้สำเร็จ และเมื่อเหลือบสายตาไปดูแชมป์ลุมพินี รุ่นเดียวกัน ก็พบว่า “ไอ้แบทแมน” เหนือธรณี สามชัยวิเศษสุก เป็นผู้ครอบครองเข็มขัดนี้อยู่ ดังนั้นคู่นี้ถ้าเจอกันจริงๆ คงโยนเข่าลอยใส่กันสนุกสนาน เพราะศักดิ์ศรีแชมป์มันค้ำคอ

 

    ทั้งหมดเป็นเพียงแค่ประกบเพื่อความบันเทิงเท่านั้น แต่หากโปรโมเตอร์ สนใจอยากสร้างกระแสให้คนตื่นตัว ระหว่างคู่มวย แชมป์ชนแชมป์ ข้างต้น หลังผ่านพ้นสถานการณ์โควิด-19 ก็ไม่หวงห้ามแต่อย่างใด คิดว่ายอดมวยที่เราลองประกบมาให้ดูข้างต้น ก็คงคันไม้คันหมัดอยากจะเจอไม่ใครก็ใครกันบ้างนะครับ yesyes

 


ติดตามทุกข่าวสารวงการมวยได้ที่นี่ www.muayded789.com

 

 

 

 

“โกเด๊ะ” พรัญชัย อดิเทพวรพันธ์ – พ่อพระแดนใต้แห่งวงการมวยไทย

“โกเด๊ะ” – พรัญชัย อดิเทพวรพันธ์


    “ลงมือทำคือคำตอบ” คือสโลแกนประจำตัวของ "โกเด๊ะ" หรือ พรัญชัย อดิเทพวรพันธ์” นายหัวใหญ่แห่ง ค่ายพรัญชัย สุดยอดค่ายมวยแดนใต้ จากอำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่คนในวงการมวยต่างรู้จักดี

    มวยไทย เป็นความรักและความหลงใหลมาตั้งแต่วัยหนุ่ม ถึงขั้นลงทุนเปิดค่ายมวยพรัญชัย เมื่อ 20 กว่าปีก่อน ในตอนนั้นมีนักมวยอย่าง ชินราช และ สมิงเดช พรัญชัย เป็นตัวชูโรง 

    ทว่าด้วยความเป็นคนหนุ่ม บวกกับแรงเสียดสีของวงการมวยยุคนั้น ทำให้ปลีกตัวออกมา แต่ยังคงติดตามมวยไทยอยู่ตลอด ควบคู่ไก่ชน ซึ่งอีกหนึ่งกีฬาที่ชื่นชอบ หากมีโอกาสก็จะจัดมวยเพื่อการกุศลอยู่เสมอ 

    ในช่วงเวลานี้ก็ยังคงทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ ชอบช่วยเหลือสังคม ชุมชน โรงเรียน สถานพยาบาล ด้วยสไตล์นายหัวแดนใต้ “ใจถึง พึ่งได้” คำไหน คำนั้น เด็ดขาด ทำให้ผู้คนต่างเคารพนับถือ มีมิตรสหายมากมาย จากทุกวงการทั่วสารทิศ 

    หลังจากสั่งสมบารมีมานานหลายสิบปี จึงหวนกลับคืนวงการมวยอีกครั้ง ด้วยทำค่าย พรัญชัย ภาคสอง โดยครั้งนี้มีความตั้งใจอย่างมากที่จะสร้างค่ายมวย ที่ให้โอกาสเด็กและเยาวชน ในการต่อยอดสร้างอาชีพเลี้ยงดูครอบครัว ผ่านการชกมวย

    โดยได้ไปทาบทาม โอเล่ห์ เกียรติวันเวย์ อดีตสุดยอดนักมวยระดับตำนาน ที่ไม่เคยรับงานค่ายไหน มาเป็นเทรนเนอร์ คอยปลุกปั้นนักมวยดาวรุ่งอย่าง สิงห์, แสน, ฉลาม, เขี้ยว ก้าวขึ้นมาเป็น นักมวยแถวหน้าขอวงการ จนคว้ารางวัลค่ายมวยยอดเยี่ยม และหัวหน้าคณะยอดเยี่ยม มาประดับเกียรติยศ

กับฉายา "พ่อพระนักบุญแดนใต้" แห่งวงการมวยไทย

    ไม่เพียงเท่านั้น ยังคงต่อยอดกิจกรรมเพื่อการกุศล เพื่อช่วยเหลือสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นผู้นำเอาสุดยอดมวยแห่งยุค มาจัดให้พี่น้องแดนใต้ได้ชมในงานวันเกิดของตัวเองอย่างต่อเนื่อง เรียกว่ามวยดี มวยดังที่จัดในกรุงเทพฯ ไม่ได้ เขาใช้ความเป็นคนรวยเพื่อน ประสานติดต่อจนนำมาชกได้

    โดยไม่คิดหากำไรการลงทุนจัดมวย เพราะต้องการนำรายได้จากการจำหน่ายตั๋ว ไปช่วยโรงพยาบาล และบริจาคเพื่อการกุศล จนผู้คนในวงการมวยต่างรับรู้ถึงกิตติศัพท์ และขนานนามให้เป็น “พ่อพระนักบุญแดนใต้” 

    "ขอขอบคุณทุกๆคำอวยพร ที่ส่งมาถึงผม ทั้งจากครอบครัว พี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ และ FC พรัญชัย ที่น่ารักทุกคน ทำให้ผมรู้สึกตื้นตันใจมาก ที่ทุกๆคนยังคงคิดถึงผม ทั้งที่ในห้วงเวลานี้ทั่วโลกและประเทศไทยต่างก็มีความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะวิกฤตโควิด-19”

    “วันเกิดปีนี้ผมไม่ขออะไรมาก ผมอยากจะขอให้พี่น้องชาวไทยปลอดภัย มีกำลังใจที่เข้มแข็ง สามารถผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปได้โดยเร็ว เราจะเคียงข้างและต่อสู้กับวิกฤตินี้ไปด้วยกัน"


    28 มีนาคม 2563 มวยเด็ด 789 ขอร่วมสุขสันต์วันเกิดครบรอบ 54 ปี ของ "โกเด๊ะ พรัญชัย อดิเทพวรพันธ์" มา ณ โอกาสนี้

 


ติดตามทุกข่าวสารมวยได้ที่นี่ www.muayded789.com

 

 

7 คู่มวยน่าดูที่ถูกยกเลิกไปเพราะโควิด-19


    จากการประกาศ พรก.ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมสถานการณ์การแพร่เชื้อ โควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อวงการมวยอย่างเลี่ยงไม่ได้ วันนี้ มวยเด็ด 789 จะมารวบรวม 7 คู่มวยน่าดูที่ถูกยกเลิก และได้รับผลกระทบ จนต้องยกเลิกไป

 

    1. เทพบุตร เดียร์เกียรติเพชร – อีที ทีเด็ด 99

    คู่นี้ถูกหมายหมั้นเป็น คู่เอกนำรายการของ มวยไทย 7 สี หลังจากไฟต์แรกที่เจอกัน อีที ดับซ่าจอมคลาสสิครุ่นพี่ไปได้ มาหนนี้ อีที ต่อน้ำหนักให้ ก่อนจะถูกยกเลิกก่อนชกจริงเพียงแค่ 1-2 วันเท่านั้น

 

    2. ยอดเหล็กเพชร อ.อัจฉริยะ – แสงมณี คลองสวนพลูรีสอร์ท

    การเจอภาค 5 ของ ยอดเหล็กเพชร กับ แสงมณี เป็นอันต้องล่มไป จากเดิมที่จะชกกันในวันที่ 21 มีนาคม ช่วงการแข่งขัน โมโต จีพี ก็โดนพิษโควิด-19 เล่นงาน

 

    3. รถถัง จิตรเมืองนนท์ – รุ่งกิจ บ.รุ่งโรจน์

    ในรายการเดียวกันนี้ ที่จังหวัดบุรีรัมย์ “รถถัง จิตรเมืองนนท์” ชวดโอกาสที่ขึ้นสังเวียนแก้มือกับ รุ่งกิจ หลังจาก รุ่งกิจ เคยฝากรอยแค้นเอาไว้เป็นตำหนิ เมื่อ 2 ปีก่อน ทำให้ รถถัง ยังต้องร้องเพลงรอวันที่จะได้ล้างตากับ รุ่งกิจ ต่อไป 

 

    4. รถถัง จิตรเมืองนนท์ – ช่อฟ้า ท.แสงเทียนน้อย

    เดิมทีในวันที่ 30 มีนาคมนี้ จะมีศึกจิตรเมืองนนท์ ยกค่ายปะทะ ศึกวันทรงชัย ที่เวทีราชดำเนิน โดยคู่เอกเป็นเจอกันระหว่าง ช่อฟ้า ดาราจอมบู๊จากศึกวันทรงชัย ล้างตา รถถัง จิตรเมืองนนท์ ซึ่งไฟต์นี้ รถถัง ต่อน้ำหนักให้ 2 ปอนด์ แต่สุดท้ายก็ต้องยกเลิกไป

 

    5. ทักษิณเล็ก ศิษย์อโณทัย – เมืองไทย คลองสวนพลูรีสอร์ท

    อันที่จริง ทักษิณเล็ก กับ เมืองไทย มีคิวซัดกัน ภาคที่ 3 ในวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา เป็นคู่เอกนำรายการ ศึกสิงห์มาวิน แต่มาเจอพิษโควิด-19 ทำให้ต้องแยกย้ายกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิดไปก่อน

 

    6.ตะวันฉาย ช.ไทยเศรษฐ์ – หนึ่งล้านเล็ก จิตรเมืองนนท์

    ไม่น่าเชื่อว่า ตะวันฉาย จะไม่มีรายการต่อยในไทยมาร่วมครึ่งปีแล้ว หลังจากรายการที่ถูกประกบให้เจอกับ หนึ่งล้านเล็ก จิตรเมืองนนท์ ตัวเต็งรางวัลยอดมวยถ้วยพระราชทาน ในวันที่ 21 มีนาคม ถูกยกเลิกไป

 

    7. พระจันทร์ฉาย พี.เค.แสนชัยมวยไทย – โยธิน เอฟ.เอ.กรุ๊ป

    ถ้าถามว่าคู่ไหนน่าเสียดายสุด ในบรรดาคู่มวยที่ยกเลิกไป คงต้องยกให้คู่นี้ เพราะทั้งคู่ต่างยอดมวยรุ่น 120 ปอนด์ แถวหน้าของศึกสายตัวเอง ฟอร์มกำลังสดแรง บารมีมวยได้กัน ทุกอย่างลงตัว จนมาลงเอย เจอกันวันที่ 21 มีนาฯ ทว่าสุดท้ายคู่นี้ต้องถูกยกเลิกไป ด้วยเหตุผลเดียวกันกับ 6 คู่ที่เราว่ามา

 

    ถึงแม้จะไม่ได้ดู 7 คู่มวยน่าดูที่ถูกยกเลิก ในสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ในช่วงนี้  แต่ทาง มวยเด็ด 789 ของเราก็จะคอยอัพเดทข่าวสารความเคลื่อนไหวของวงการมวย ให้ได้ทราบกันเป็นระยะๆ ครับ

 


ติดตามทุกข่าวสารวงการมวยได้ที่นี่ www.muayded789.com

 

 

 

ยกเลิกศึกRISE

ยกเลิกศึกRISE

ศึก Rise พระจันทร์ฉายหนึ่งล้านเล็ก ที่จะเดินทางไปชกที่ญี่ปุ่น ในวันที่ 12 เมษายน ประกาศยกเลิก เพื่อความปลอดภัยของนักมวยและคนดู ในช่วงสถานะการณ์โควิทกำลังระบาด
ทางบริษัทRiseขอโทษอย่างสุดซึ้งสำหรับลูกค้าผู้เล่นและผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ที่รอคอยการแข่งขันนี้
Cr.RISE