ยอดพนมรุ้ง จิตรเมืองนนท์ : ขุนเข่าเต็นท์รถกับชีวิตที่มากกว่ามวย

ยอดพนมรุ้ง จิตรเมืองนนท์ : ขุนเข่าเต็นท์รถกับชีวิตที่มากกว่ามวย


    หากนึกถึงนักมวยที่มีธุรกิจเสริม นอกเหนือจากการชก หลายคนน่าจะนึกถึง “เจ้าป๊อก” ยอดพนมรุ้ง จิตรเมืองนนท์ นักชกประสบการณ์สูง ที่ผ่านสังเวียนการต่อสู้มากกว่า 230 ไฟต์ การันตีความสำเร็จ ด้วยเข็มขัดแชมป์ล้นตู้โชว์ 

    จุดเริ่มต้นของ เจ้าป๊อก เกิดขึ้นเมื่อตอนอายุ 9 ขวบ ในตอนนั้น เขาเป็นเพียงแค่เด็กชายจอมซน และติดเกม คุณพ่อของเขา จึงส่งไปฝึกมวยไทยในค่ายมวยแถวบ้าน แรกๆ เจ้าป๊อก ก็ไม่ได้ชอบมวยไทยเลย จนมีความคิดอยากเลิกฝึกซ้อม

    โชคดีที่ เจ้าป๊อก อดทนผ่านช่วง 3 ปีแรกมาได้ ซึ่งหากเทียบกับเด็กรุ่นราวคราวเดียวกัน เจ้าป๊อก มีฝีมือที่ไม่ธรรมดา และหน่วยก้านที่ใช่ได้ แม้ว่าช่วงวัยรุ่นจะมีช่วงเวลาที่ยากลำบากอยู่บ้าง แต่ความสามารถที่ฝากไว้บนเวทีมวย ก็เป็นใบเบิกทางให้เข้าได้มาอยู่ในชายคาค่าย จิตรเมืองนนท์ 

    ยอดพนมรุ้งเป็นมวยที่มีอาวุธเด็ดคือ เข่า และแขก แถมยังเป็นพวกนักสู้ใจเพชร เขาเคยได้รับรางวัล คู่เดือดแห่งปีมาแล้ว ในการชกกับ ฤทธิ์เทวดา สิทธิกุล ก่อนจะค่อยๆ สร้างชื่อในเวตมวยรุ่นใหญ่ กวาดเข็มขัดแชมป์มาแล้วถึง 5 สถาบัน เคยตะบันกับนักมวยดาวดังทั่วฟ้าเมืองไทย 

    แต่สิ่งที่น่าชื่นชม คือเงินทองที่ได้จากชกมวย เขาใช้ไม่ได้จนหมดสิ้น นำเงินที่ได้จากการต่อยมวยส่วนหนึ่ง มาลงทุนทำธุรกิจเตนท์รถมือ 2 ในชื่อ ยอดพนมรุ้ง AUTOCAR ตั้งอยู่ในซอย สวนผัก 27 ตลิ่งชัน 

    ที่งานนี้ เจ้าป๊อก พลิกบทบาทใส่เสื้อเชิ้ต แต่งกายสุภาพ รอต้อนรับลูกค้า และบริการเป็นกันเอง โดยเตนท์รถของเขาเปิดบริการมาร่วมปีแล้ว 

    แม้ช่วงนี้จะมีโควิด-19 ระบาด จนไม่มีรายการชก แต่ยอดพนมรุ้งก็ยังมีธุรกิจเต็นท์รถมือ 2 นี่แหละ ที่ยังพร้อมให้บริการมิตรรักแฟนหมัดมวย ที่กำลังมองหารถสักคัน ถือเป็นนักมวยที่รู้จักทำมาหากิน และเป็นตัวอย่างให้เด็กรุ่นหลังได้ 

    มวยเด็ด 789 ก็ขออวยพรในวันเกิดของ เจ้าป๊อกหรือยอดพนมรุ้ง จิตรเมืองนนท์ และขอให้กิจการของเจ้าตัวรุ่งเรืองยิ่งๆ ขึ้นไปด้วยนะครับ

 


ติดตามทุกข่าวสารวงการมวยไทย มวยออนไลน์ มวยหู ได้ที่นี่ www.muayded789.com

 

 

“รถถัง-ซุปเปอร์เล็ก” คู่นี้มีโอกาสเจอกันมากแค่ไหน ?

“รถถัง – ซุปเปอร์เล็ก” มีโอกาสเจอกันมากแค่ไหน ?


    รถถัง จิตรเมืองนนท์ และ ซูปเปอร์เล็ก เกียรติหมู่ 9 ณ เวลานี้ ทั้งคู่ถือเป็น 2 สุดยอดนักชกแถวหน้าของเมืองไทยในเวตพิกัด 130-133 ปอนด์ 

    ซุปเปอร์เล็ก ในวัยเบญจเพส เขากลายเป็น จอมฝีมือแข้งขวาที่ผู้คนต่างให้การยอมรับ ในความสามารถ เคยปราบนักมวยเก่งๆ มาหลายต่อหลายราย ปัจจุบัน ยังรักษามาตรฐานเป็นนักมวยที่เก่งจัด ในศึกเพชรยินดี ไฟต์ล่าสุดค่าตัวอยู่ที่ 170,000 บาท 

    ส่วน รถถัง ชื่อนี้คงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณ แชมป์โลกมวยไทยชื่อดังของ ONE Championship ที่ค่าตัวทะลุหลักล้านไปแล้ว สร้างชื่อจากการเป็นมวยสไตล์ไฟต์เตอร์ บู๊ระห่ำ ก่อนที่ช่วงหลังจะเริ่มแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการ โดยเฉพาะจังหวะตั้งรับ บู๊ได้ บุ๋นเป็น จนเป็นนักมวยเนื้อหอมที่ใครอยากจัดขึ้นสังเวียน 

    ที่น่าเหลือเชื่อก็คือ รถถัง-ซุปเปอร์เล็ก ยังไม่เคยฟาดปากกัน ? เส้นทางของเขาทั้งคู่เฉียดกันไปมาอยู่ตลอด หากดูจากประวัติการชกจะพบว่า รถถัง และ ซุปเปอร์เล็ก ต่างเคยเจอกับ ยอดมวยแถวหน้าของรุ่นน้ำหนักของเขา อาทิ  ก้าวหน้า, รุ่งกิจ, เสือคิม รวมถึง ยอดเหล็กเพชร 

    แต่พอเป็นคู่ระหว่าง รถถัง-ซุปเปอร์เล็ก กลับยังไม่มีวี่แววว่าจะได้มาเจอกัน แม้จะมีโปรโมเตอร์ สนใจอยากจัด และแฟนมวย เรียกร้องอยากชมคู่นี้ จนกระทั่งมาเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของ ไวรัสโควิด-19 ทำให้ไฟต์ในฝันของใครหลายคนต้องหยุดชะงักไป

    หากลองมาวิเคราะห์ว่า เมื่อมวยกลับมาจัดอีกครั้ง หลังโควิด-19 คู่ระหว่าง รถถัง กับ ซุปเปอร์เล็ก มีความเป็นไปได้มากแค่ไหน ? 

    เรามาดูเงื่อนไขที่ทำให้คู่นี้ยังไม่ได้เจอกันในเร็วๆนี้ ประการแรก ต้องยอมรับว่า ในเวต 130-133 ปอนด์ หากไม่นับ พันธุ์พยัคฆ์ จิตรเมืองนนท์ ต้องถือว่า ซุปเปอร์เล็ก เกียรติหมู่ 9 เป็นนักมวยที่หาตัวเปรียบยากพอสมควร ดังนั้น รถถัง จึงน่าจะไม่บุ่มบ่ามรีบเร่งเจอกับ ซุปเปอร์เล็ก ในช่วงเวลาก่อนหน้านั้น

    การเจอกับ ก้าวหน้า ในไฟต์ล่าสุด คือตัวชี้วัดอย่างหนึ่งว่า รถถัง พร้อมหรือยัง สำหรับการขึ้นไปเจอกับ มวยฝีมือจัดจ้านอย่าง ซุปเปอร์เล็ก อีกอย่างการได้แก้มือ รุ่งกิจ ก็น่าเป็นอีกไฟต์ที่ รถถัง คงมองไว้ก่อน ซุปเปอร์เล็ก 

    และยิ่งเมื่อ รถถัง พ่ายต่อ ก้าวหน้า โอกาสที่จะได้เห็นคู่นี้ ชกกันในเวทีมาตรฐาน อาจต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง แต่เชื่อว่าในอนาคตคู่นี้ได้เจอกันแน่นอน

    ทีนี้มันมีเงื่อนไขหนึ่งที่ทำให้ รถถัง กับ ซุปเปอร์เล็ก มีโอกาสได้เจอกัน นั่นคือ ศึก ONE Championship เพราะทั้งคู่ชกในเวตเดียวกัน โดยผลการประกาศแรงกิ้งล่าสุด ซุปเปอร์เล็ก เป็นรองแชมป์โลกอันดับ 1 ในรุ่นที่ รถถัง ถือครองเข็มขัดอยู่

    นั่นหมายความว่า ถ้ารถถังจะป้องกันเข็มขัดแชมป์โลก มวยไทยของ ONE ชื่อของ “ซุปเปอร์เล็ก” ย่อมอยู่ในข่ายการพิจารณาอย่างแน่นอน ในฐานะผู้ท้าชิงอันดับ 1 

    ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับว่า ONE จะเลือกใครมาเป็น ผู้ท้าชิงกับ รถถัง ? ซึ่งมีความเป็นไปได้ทั้ง ซุปเปอร์เล็ก, อีเลียส มาห์มูดี รวมถึง เพชรดำ เพชรยินดีอะคาเดมี ที่เคยชนะ รถถัง มาแล้ว

    แต่เชื่อเหลือเกินว่า ถ้าหาก รถถัง – ซุปเปอร์เล็ก ได้โคจรมาเจอกันจริงๆ ไม่ว่าจะบนเวทีไหน น่าจะทำให้ผู้คนสนใจ และอยากชมไฟต์นี้อย่างแน่นอน

 


ติดตามทุกข่าวสารวงการมวยได้ที่นี่ www.muayded789.com

 

 

เหตุผลที่ “แสงมณี ค่าตัวแพงสุด”ในวงการมวยไทย ?

เหตุผลที่ “แสงมณี” ค่าตัวแพงสุดในวงการมวยไทย ?


    “เจ้าบอล” แสงมณี แสงมณีเสถียรมวยไทย นักมวยขวัญใจนักเรียน-นักศึกษา ปัจจุบันถือครองสถิติค่าตัวในการชกมวยไทย สูงที่สุด ด้วยเรต 300,000 บาทต่อไฟต์ 

    อีกทั้ง แสงมณี ยังนักมวยไทยเป็นคนเดียวที่มีค่าตัวในการต่อยในเวทีมาตรฐาน (ไม่รวมเมืองนอก) ทะลุหลัก 300,000 บาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่า ซูเปอร์สตาร์ในวงการมวยไทย อย่าง รถถัง จิตรเมืองนนท์, ตะวันฉาย ช.ไทยเศรษฐ์, หนึ่งล้านเล็ก จิตรเมืองนนท์, เสกสรร อ.ขวัญเมือง, ยอดเหล็กเพชร ทีเด็ด99,  พันธุ์พยัคฆ์ จิตรเมืองนนท์ และ ซุปเปอร์เล็ก เกียรติหมู่ 9 ที่ค่าตัวระหว่าง 170,000-250,000 บาท

    แม้ว่า แสงมณี จะเว้นช่องว่างรางวัลยอดมวย มานานถึง 8 ปี จากตอนที่เคยได้รางวัลยอดมวย เมื่อปี 2555 (ครองร่วมกับ ยอดวิชา ภ.บุญสิทธิ์) แต่ถึงกระนั้น แสงมณี ก็ยังสามารถรักษามาตรฐานการชก และได้รับการยอมรับจากคนในวงการมวย จนสามารถเป็น นักมวยไทยที่มีค่าตัวแพงสุด ณ เวลานี้ได้

    เหตุผลประการแรก แสงมณี สั่งสมชื่อเสียง บารมีมวย มาตั้งแต่เยาว์วัย แม้ตอนนี้เขาจะเพิ่งอายุแค่ 23 ปีเท่านั้น แต่แสงมณีนั้น โด่งดังจับเงินล้านมาตั้งแต่น้ำหนักไม่ถึง 100 ปอนด์ เมื่อเขาได้แชมป์ ศึกอัศวินดำ รายการทารกเงินล้าน 

    ก่อนไล่ล่าแชมป์มานับไม่ถ้วน และสดห้าวขึ้นไปทาบชั้นเจอนักมวยรุ่นพี่ เกรดเอ หลายต่อหลายคน แต่เขาก็สามารถโชว์ฝีไม้ลายมือ สอบผ่านการเจอนักมวยชั้นนำมาได้หลายครั้ง 

    จนมาถึงปัจจุบัน แสงมณี กลายเป็น นักชกที่ได้รับการยอมรับในเรื่องความสามารถ เป็นนักมวยไทยที่ฝีมือจัดจ้าน ครบเครื่อง เรียกว่าถ้าปาดหัวตัวเท่า กินเขายากเหลือเกิน กระดูกประสบการณ์บารมีมวย ความเจนจัดบนเวที แสงมณี มีครบทุกอย่าง

    เหตุผลต่อมาที่ แสงมณี ค่าตัวแพงสุด เพราะเจ้าตัวค่อนข้างยืดหยุ่นน้ำหนัก ชกได้หลายเวต ไม่ค่อยเกี่ยงนัก ส่วนใหญ่จะเป็นฝ่ายปล่อยน้ำหนัก หรือลดน้ำหนักลงไปหา เพื่อให้เกิดการได้เสีย ถึงแม้บางคนประกบมาแล้ว รูปร่างเสียเปรียบเยอะ แต่แสงมณีก็ตอบรับที่จะสู้ ทำให้โปรโมเตอร์พอใจที่จะจัดเขาขึ้นชก

    เหตุผลข้อที่สุดท้าย แสงมณี เป็นนักชกที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็เป็นกระแสตลอด เพราะเป็นนักมวยที่มีคนติดตามเยอะ ทั้งในเมืองไทย และต่างประเทศ ดังนั้นโปรโมเตอร์ที่จ่ายค่าตัวเจ้าบอล ก็ย่อมรู้สึกว่า คุ้มค่าที่จะเสียเงิน 3 แสนบาท เป็นค่าตัวให้กับนักมวยคนเดียว เนื่องจาก แสงมณี สามารถดึงดูดความสนใจของคนได้เป็นจำนวนมาก 

    การที่ นักมวยสักคนหนึ่ง จะเรียกค่าตัวสัก 300,000 บาทนั้น ย่อมแสดงให้เห็นว่า ไม่ได้มีแค่ฝีมืออย่างเดียวถึงจะทำได้ แต่ต้องมีครบทุกอย่าง ทั้ง ความสามารถ, การวางตัว, ชื่อเสียง, ระเบียบวินัย รวมถึงความสม่ำเสมอในมาตรฐานการชก 

    ซึ่ง แสงมณี สามารถรักษาสิ่งเหล่านี้ไว้กับตัวได้ เขาจึงเป็น แสงมณี ค่าตัวแพงสุด ในบ้านเรา ในยุคที่หายากเหลือเกินที่จะมีใครสักคน ค่าตัวทะลุ 200,000 บาทขึ้นไป

 


ติดตามทุกข่าวสารวงการมวยไทย มวยออนไลน์ มวยหู ได้ที่นี่ www.muayded789.com

 

 

เฮฮาอารมณ์ดี “วันฉลอง ปลาร้าสับ แซบเวอร์” นักชกที่มีผู้ติดตามหลักแสน 

“วันฉลอง ปลาร้าสับแซบเวอร์” นักชกที่มีผู้ติดตามหลักแสน 


    วันฉลอง พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม ถือเป็นนักมวยไทยคนหนึ่ง ที่ได้รับความสนใจ และมีแฟนคลับจำนวนมากติดตามเขา การันตีด้วยยอดติดตามใน Facebook มากถึง 161,674 คน 

    แม้ว่าในยุคนี้ จะมีนักมวยเก่งๆ โผล่ขึ้นมาหลายราย และวันฉลองเริ่มโรยราไปบ้าง ตามวัย แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังเป็น นักชกที่มีเอฟซีติดตามอย่างเหนียวแน่น และชื่นชอบในตัวเขา

    “ถาวร สุดจันฮาม” คือ ชื่อจริงของ วันฉลอง เป็นชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ เริ่มชกมวยตั้งแต่อายุ 8 ขวบ สไตล์การชกเป็นมวยประเภทเดินหน้าท้าชน สาดแข้งซ้าย มีลูกเตะก้านคอเป็นอาวุธเด็ด ใจถึง ใจสู้ ไม่ค่อยยอมใครง่ายๆ 

    จนได้รับฉายา “ซ้ายอันธพาล” ที่สื่อถึงความเป็นนักสู้ของเขา ที่ไม่คิดถอดใจง่ายๆ หลายไฟต์ที่ตกเป็นรอง เขาสามารถสวมใจสิงห์ พลิกสถานการณ์กลับมาชนะได้ 

    วันฉลอง ผ่านประสบการณ์บนเวทีอย่างโชกโชน แชมป์เวทีลุมพินี เคยได้มาแล้วถึง 3 รุ่น แถมยังเป็นดาวบู๊ตู้ช่อง 7 สี ที่ได้ขึ้นสังเวียนบ่อยครั้ง เนื่องจากชกสนุก ถูกอกถูกใจคนดู

    เมื่ออายุเริ่มมากขึ้น วันฉลอง ไม่ปล่อยเนื้อปล่อยตัว หรือทำชื่อเสียงหายไป เขาหันมาทำธุรกิจของตัวเอง อย่าง “ปลาร้าสับแซ่บเว่อร์วันฉลอง” โดยใช้การไลฟ์สดผ่าน Facebook ประชาสัมพันธ์สินค้า บางครั้งก็ทำคลิปตลกเฮฮา พาไปพูดคุย แซวน้องๆ นักมวยร่วมค่าย

    ทำให้คนดูได้เห็นอีกด้านของนักมวย ว่าไม่ได้แค่ด้านที่ดุดันเท่านั้น แต่นักมวยก็สามารถตลก เฮฮา อารมณ์ดีได้ เรียกว่าถ้าเข้าไปดูคลิปหรือไลฟ์ของวันฉลอง เป็นต้องหัวเราะและได้รับรอยยิ้มกลับมาอยู่เสมอ 

    โดยล่าสุดเจ้าตัวไปเปิดช่อง Youtube ด้วย เพื่อให้แฟนมวยได้ติดตามเขาเพิ่มเติมอีกช่องทางด้วย เรียกว่าเป็น นักมวยสายฮาของวงการมวยไทยอย่างแท้จริง !!

 


ติดตามทุกข่าวสารวงการมวยได้ที่นี่ www.muayded789.com

 

 

 

ไมเคิล ซาวาส : ยอดกำปั้นนักล่าฝันจากยุโรปสู่สังเวียนมวยไทย 

 

ไมเคิล ซาวาส : ยอดกำปั้นนักล่าฝันจากยุโรปสู่สังเวียนมวยไทย 


    หากเอ่ยถึง นักชกชาวต่างชาติที่ระยะหลัง มาแรงเหลือเกิน คงต้องมีชื่อของ “ไมเคิล ซาวาส” หรือ ไมเคิล เพชรยินดีอะคาเดมี กำปั้นหน้าทารก จากประเทศไซปรัส ที่หลงเสน่ห์ในมวยไทย จนย้ายจากทวีปยุโรป มาอยู่ประเทศไทย 

    ซาวาส เติบโตในประเทศไซปรัส ที่มีประชากรเพียง 1 ล้านคน ชีวิตในวัยเด็ก เขามักถูกเพื่อนรังแกอยู่เสมอ จึงเริ่มสนใจศิลปะป้องกันตัว เขามีคุณพ่อเป็นอดีตนักคาราเต้ แต่เมื่อฝึกฝนวิชาการต่อสู้ เขาดันชอบมวยไทยมากกว่า  

    เจ้าหนูตาน้ำข้าว จึงฝึกหัดมวยไทย ตั้งแต่อายุ 6 ขวบ ในบ้านเกิด และสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ตั้งแต่ไฟต์แรกที่ขึ้นสังเวียน 
    ซาวาส มีความใฝ่ฝันอยากเป็นแชมป์โลกมวยไทย จากแรงบันดาลใจ เมื่อครั้งบินมามวยไทย เพื่อดูมวยติดขอบเวทีลุมพินี ตอนอายุ 11 ขวบ และโชคดีที่คุณแม่ของเขา สนับสนุนอย่างเต็มที่ ให้เขายอมทิ้งการเรียนในไซปรัส มาอยู่เมืองไทย 

    “ไม่มีใครในไซปรัสนอกจากครอบครัว ที่เชื่อในตัวผม พวกเขาบอกว่ามันจะเสียเวลาเปล่า ค่ายเพชรยินดีอะคาเดมี ออกทุนให้ผมย้ายมาอยู่ไทย แต่แทนที่คนแถวบ้านจะสนับสนุน พวกเขาบอกว่าผมไม่มีทางทำสำเร็จหรอก” นักชาวชาวไซปรัส เผยผ่าน onefc.com

    ซาวาส ได้รับโอกาสจากค่ายเพชรยินดี ในการออกทุนให้ ไมเคิลได้ฝึกฝนและกินนอนฝึกซ้อมอยู่ที่ค่าย เมื่อตอนเขาอายุ 18 ปี แต่ชีวิตในเมืองไทยไม่ได้ง่ายดายเลย ซาวาส ไม่เคยเจอกับการฝึกที่หนักหน่วง แบบที่นักมวยไทยเจอมาตั้งแต่เด็ก

    แถมในช่วงแรก ค่าตัวของ ซาวาส ก็ยังไม่เพียงพอที่จะเลี้ยงดูตัวเองได้ เพราะยังไม่ได้มีชื่อเสียงมากนัก แต่เขาก็กัดฟัน อดทน ขยันตั้งใจ สู้ยิบตา ตามสไตล์นักมวยจากค่ายเพชรยินดี โดยเฉพาะหมัดตัดลำตัว ที่ซาวาสทำได้ดี จนค่าตัวค่อยๆ เพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับ ชื่อเสียงที่ไม่มีนักมวยไทยคนไหน ประมาทเขาอีกแล้ว

    ก่อนสร้างชื่อ ด้วยการเป็นแชมป์มวยรอบมาราธอนของโตโยต้า 2 ครั้ง, แชมป์โลกมวยไทย 2 สถาบัน ได้แก่ WBC และ WMC รวมถึงได้โกอินเตอร์ ต่อยในศึก ONE Championship 


    ว่ากันว่า หากไม่มีสถานการณ์โควิด-19 ในปีนี้ ซาวาส น่าจะได้โอกาสขึ้นไปทาบชั้น เจอกับรุ่นพี่ อย่าง ศิวกร, เสือคิม รวมถึง เสกสรร 

    นับเป็นตัวอย่างที่ดี สำหรับคนที่ตั้งใจทำอะไรจริงจัง แต่กลัวสายเกินไป  ดูอย่าง ซาวาส แม้จะไม่ได้เกิดบนแผ่นดินไทย ไม่ได้ฝึกมวยไทยตั้งแต่เด็ก มาเริ่มต้นจริงจังตอนเป็นวัยรุ่น แต่หากลงมือทำจริง ไม่ยอมแพ้ ความสำเร็จที่เฝ้าฝัน ก็มีวันที่จะไปถึง 

 


ติดตามทุกข่าวสารวงการมวยได้ที่นี่ www.muayded789.com

 

 

สัญญาณแห่งความหวัง! “มวยทีวี” พร้อมหรือยังสำหรับการจัดชก ?

สัญญาณแห่งความหวัง! “มวยทีวี” พร้อมหรือยัง ?


    ช่วงสุดสัปดาห์นี้ มีกระแสข่าวลือมาแรง ที่ทำเอาแฟนมวยกระชุ่มกระชวยหัวใจ อย่างข่าวคราว การกลับมาจัดมวยตู้อีกครั้ง ในเดือน มิถุนายน ไม่ว่าจะเป็น ศึกจ้าวมวยไทย ทางช่อง 3 และ ศึกมวยไทย 7 สี 

    แม้ว่ากระแสข่าวดังกล่าว จะถูกออกมายืนยันแล้วว่า ทั้งหมดเป็นเพียงแค่ข่าวลือ มวยตู้ ยังไม่สามารถจัดการแข่งขันทำได้ ตราบใดที่ รัฐบาลยังคงบังคับใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน การที่จัดชกมวย ต่อให้เป็นการชกแบบปิด ไม่เปิดผู้ชมเข้าสนาม ก็ยังต้องมีกระบวนการ ขั้นตอน ในการขออนุญาตอยู่ดี 

    เรื่องนี้มองได้สองมุม ในมุมของคนที่อยากเห็น มวยทีวี กลับมาจัดให้เร็วที่สุด ก็มองว่า ยอดผู้ตัวเลขติดเชื้อในไทยขนาดนี้ ค่อนข้างทรงตัว อยู่ที่หลัก 10 กว่าคนต่อวันเท่านั้น แถมกลุ่มผู้ป่วยจากเวทีมวย ก็ไม่มีตัวเลขเพิ่มเติมมานานหลายวันแล้ว อย่างตอนนี้ ในประเทศกัมพูชา ก็มีการจัดมวยทีวีแล้ว แบบไม่มีผู้ชมเข้าสนาม

    การจัดมวยถ่ายทอดสดแบบปิด น่าจะเป็นทางออกที่ช่วยให้ นักมวยไทยจำนวนมาก มีรายได้ เพราะเด็กๆ พวกนี้ ไม่ได้มีเงินเดือนเหมือนอาชีพอื่นๆ หากจะได้เงิน ก็ต้องขึ้นชกมวยเท่านั้น 

    อีกทั้งข้อดีของมวยทีวี คือการที่สามารถควบคุมคนเข้าสนามได้ เพราะไม่ได้คาดหวังค่าตั๋วผู้ชม แต่มีรายได้จากสปอนเซอร์ ผ่านการยิงสัญญาณออกไปให้คนดูอยู่ทางบ้าน ส่วนในเวที อนุญาตแค่เฉพาะผู้เกี่ยวข้องเท่านั้นอยู่ในสนาม 

    แต่อีกมุมหนึ่ง ก็มองว่าเวลานี้ อาจยังไม่เหมาะสมที่จะจัด มวยตู้ เพราะต่อให้ไม่ได้ไปที่สนามมวย ก็อาจมีคนไปรวมตัวจับกลุ่มเล่นเดิมพันกันอยู่หน้าตู้ ซึ่งขัดกับหลักการ Social Distancing ที่ให้ผู้คนเว้นระยะห่างจากกันในช่วงเวลานี้ ตามที่หนุ่มโบ๊ท เพชรยินดี เคยออกมาไลฟ์สด เตือนว่ามวยทีวี อย่าเพิ่งรีบร้อนจัด 

    รวมถึงเรื่องความเชื่อมั่นของคนภายนอก ที่มองว่า สนามมวย เป็นหนึ่งในจุดแพร่ระบาดเชื้อครั้งใหญ่ การจะฟื้นความเชื่อมั่นกลับมาจากสังคม เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน และต้องใช้เวลา ใช้ความร่วมมือจากทุกฝ่าย ในการเจรจาเพื่อหามาตรฐานการป้องกัน และรักษาปลอดภัยด้านสาธารณสุข และทำให้ผู้คนเชื่อมั่นว่า หากมวยจะกลับมาจัดอีกครั้ง จะไม่เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดิมอีก เพื่อไม่ให้เกิดกระแสต่อต้าน 

    ดังนั้นหนทางที่ดีสุด คือการพูดคุย เจรจาของทุกฝ่าย ทั้ง คนจัดมวย, หัวหน้าค่าย, หน่วยงานภาครัฐ และผู้ที่มีอำนาจ เพื่อหามาตรการป้องกัน ควบคุม และมองหาช่วงเวลาที่เหมาะสมสุด ในการกลับมาจัดแข่งขันอีกครั้ง ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปในแต่ละวัน ไม่ใช่การดื้อแพ่งเดินไปข้างหน้าอย่างเดียว จนสังคมไม่เกิดความมั่นใจ และนำมาซึ่งกระแสทางลบ

 


ติตดามทุกข่าวสารวงการมวย มวยออนไลน์ มวยหู ได้ที่นี่ www.muayded789.com

 

 

 

 

อย่าตัดสินคนแค่รอยสัก! “ตีโต้ หอยหวานโภชนา” รปภ.สู้ชีวิต 

“ตีโต้ หอยหวานโภชนา” รปภ.สู้ชีวิต 


    รอยสัก เป็นเรื่องของรสนิยมความชอบส่วนบุคคล ซึ่งไม่สามารถไปตัดสินใครได้ว่า เขาเป็นคนดีหรือไม่ดี ? บางคนไม่มีรอยสัก อาจมีจิตใจโหดร้าย บางคนมีรอยสัก อาจไม่ได้เกเรอย่างที่ใครหลายคนคิด

    ในช่วงที่ไม่มีรายการมวยจัดขึ้น อาชีพที่น่าเห็นใจสุดอย่าง นักมวย ก็ต้องดิ้นรอต่อสู้ บางคนใช้ชีวิตอย่างลำบาก อดๆ ยากๆ บางคนเลือกออกไปหางานอื่นทำ เพื่อเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัว 

    หนึ่งในนักมวยที่ไม่อายทำกิน ไม่หมิ่นเงินน้อย ก็คือ “ตีโต้ หอยหวานโภชนา” นักชกที่ใครหลายคน คงจำกันได้ดี โดยเฉพาะเอกลักษณ์รอยสักเต็มตัว ลีลายียวน รวมถึงชื่อเสียงเก่าๆ ที่ไม่ค่อยดีนัก ในฐานะนักชกแบดบอย 

    ตีโต้ในช่วงวัยเด็ก จัดเป็นนักมวยประเภทล่าเงินเดิมพัน ดังเร็ว ดังไว เพราะฝีมือจัดจ้าน จะเรียกว่าเป็น นักมวยพรสวรรค์ก็ว่าได้ เพราะเขาไม่ชอบการฝึกซ้อมหนัก จนเทรนเนอร์ปวดหัว พอเข้าช่วงวัยรุ่น เริ่มออกลูกเกเร สุดท้าย เขาก็อยู่ในค่ายเดิมไม่ได้  ต้องออกมาหากินชกมวยเดินสาย แถวโคราช 

    แต่ด้วยฝีมือมวยที่ร้ายกาจ ตีโต้ได้รับโอกาสให้กลับเนื้อกลับตัวจาก เสี่ยวิรัตน์ แก้วมน หัวหน้าค่ายศิษย์เฉลิมชัย และซื้อสิทธิ์เข้ามาอยู่ในสังกัด  โดยมีเสี่ยหอยหวานโภชนา หรือ ธีรพล ห้าวหาญ มาสนับสนุนและให้ เจ้าหนูรอยสักคนนี้ ใช้ชื่อว่า “ตีโต้ หอยหวานโภชนา”

    ผลงานเด่น คงหนีไม่พ้นการเอาชนะ ตะวันฉาย พี.เค.แสนชัยมวยไทย นักชกรุ่นราวคราวเดียวที่สมัยนั้น น้ำหนักยังเท่ากันอยู่ หลังจากนั้น ผลงานของตีโต้มีแพ้บ้าง ชนะบ้าง แต่ก็ยังเป็น นักมวยที่ได้ขึ้นรายการอยู่บ่อยๆ เพราะชกแล้วมีได้เสีย คาดเดาผลยาก 

    เมื่อสถานการณ์โควิด-19 ระบาดหนัก เจ้าตีโต้ไม่ปล่อยให้เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ เขาไปสมัครทำงานเป็น พนักงานรักษาความปลอดภัย หรือ รปภ. ประจำหมู่บ้าน คาซ่าพรีเมี่ยม ราชพฤกษ์ ในช่วงเช้า ส่วนช่วงเย็นหลังเลิกงาน ก็ไปทำงานเป็น การ์ดรักษาความปลอดภัย 

    มาดของตีโต้เปลี่ยนไปพอสมควร เวลาอยู่บนเวทีมวย อาจจะมีรอยสักเต็มตัว ดูเป็นเด็กเกเร ลีลากวนๆ คู่ต่อสู้ แต่พอสวมชุดยาม เขาแต่งกายสุภาพเรียบร้อย ตั้งใจทำงาน บริการลูกบ้านอย่างเต็มที่ 

    นี่ถึงเป็นสิ่งที่ตอกย้ำคำพูดที่ว่า “อย่าตัดสินคนที่รอยสัก ถ้าอยากรู้ว่าใครเป็นอย่างไร ให้ดูที่การกระทำ”

 


ติดตามทุกข่าวสารวงการมวยได้ที่นี่ www.muayded789.com