ขอโอกาสอีกครั้ง บนสังเวียนผืนผ้าใบให้กับ “แม็กซ์ อัจฉริยะ”

ขอโอกาสอีกครั้งบนสังเวียนผืนผ้าใบให้กับ “แม็กซ์ อัจฉริยะ”


    หลังจากเมื่อวาน เราได้เขียนบทความถึงเรื่องราวของ แม็กซ์ – อัจฉริยะ อำนาจมวยไทย กำปั้นอนาคตไกลที่ต้องไปใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำ นานถึง 14 เดือน ทั้งที่เจ้าตัวไม่ได้มีความผิด และต้องต่อสู้คดี จนสามารถพ้นมลทินในคำกล่าวหาทั้งหมด

    แม้จะได้อิสรภาพกลับคืนมา แต่คำถามก็คือ โอกาสในชีวิตของ แม็กซ์ อัจฉริยะ ที่สูญเสียตลอดช่วงเวลา 2 ปีกว่า ที่ไม่ได้ชกมวย หากตีเป็นเม็ดเงินนั้นมากมายแค่ไหน ? นี่ยังไม่รวมถึงผลกระทบด้านจิตใจ ตลอดช่วงเวลาที่เขาถูกจองจำ มันเป็นความรู้สึกที่บอบช้ำมากเพียงใด

    อย่าลืมว่าก่อนที่ เจ้าแม็กซ์ จะถูกจับกุม เขามีสถิติในการชกมวยสากลอาชีพ ชนะรวด 12 ไฟต์ ไม่แพ้ใคร แถมเป็นชนะแบบไม่ครบยกถึง 5 ครั้ง ในตอนนั้น แม็กซ์ กำลังมีเส้นทางอนาคตในกรุยทางสู่แชมป์โลกเพราะมีดีกรีเป็นแชมป์ สภามวยเอเชีย (WBC Asia) กระทั่งมาถูกจับกุมคาสนามบิน 

    ที่สำคัญสุดคือ ในวันที่ แม็กซ์ เข้าเรือนจำเขามีอายุ 29 ปี ซึ่งกำลังเป็นวัยที่บ่มประสบการณ์ และเรี่ยวแรงกำลังดี แต่วันที่เขาพ้นมลทิน อัจฉริยะ อายุปาเข้าไป 31 ปี 

    ไหนก็ต้องใช้เวลาอีกนานนับปี เพื่อฟื้นฟูและคืนสภาพร่างกาย เพราะร้างสังเวียนไปนานกว่า 21 เดือน นับจากไฟต์ล่าสุด ฉะนั้นการกลับมายืนในจุดเดิมเหมือนสองปีก่อน ไม่ใช่เรื่องง่าย 

    อย่างไรก็ดี มวยคือสิ่งที่เขารัก เขารู้ดีว่า “ภาคนี้คือโอกาสสุดท้ายในชีวิตของเขา ที่จะได้เป็นนักมวยสากลอาชีพ” แม็กซ์ อัจฉริยะ มีความตั้งใจจริงที่กลับไปยืนอยู่ในจุดเดิม และไล่ล่าความฝันของเขาที่ยังไม่เสร็จ นั่นคือแชมป์โลก 

    แม้เส้นทางจะดูห่างไกลมาก แต่มันคงจะดีไม่น้อย หากแม็กซ์ อัจฉริยะ จะได้รับการสนับสนุน และ ขอโอกาสอีกครั้ง ให้เขากลับมาสู้อีกหน เพื่อทำความฝันให้เป็นจริง 

    อัจฉริยะ เคยผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากสุดในชีวิตมาได้แล้ว ที่ต้องไปอยู่เรือนจำฟรี แบบที่ไม่มีความผิดมาแล้ว ดังนั้นชีวิตหลังนี้ ไม่ว่าเขาจะเจออะไรที่หนักหนาแค่ไหน เขาจะเป็นคนที่มีจิตใจเข้มแข็ง สามารถก้าวผ่านมันปได้

    ในอดีตเราเคยเห็น อำนาจ รื่นเริง, เฉลิมพล สิงห์วังชา (คนตัวลาย JM บ็อกซิ่งยิม), ศิริวังชา สิงห์วังชา ที่ก้าวพ้นประตูเรือนจำ ออกมาแสดงความสามารถบนเวที จนสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย 

    เชื่อเหลือเกินว่าตอนนี้ เจ้าแม็กซ์ อัจฉริยะ คงต้องการ 2 สิ่งที่สำคัญต่อตัวเขา นั่นคือ โอกาสจากผู้ใหญ่ใจดีที่ผลักดันและสนับสนุเขา รวมถึงกำลังใจจากแฟนหมัดมวยที่จะส่งพลังไปให้ถึงเขาได้มีพลังฮึดสู้ และ ขอโอกาสอีกครั้ง เพื่อกลับมาล่าฝันอีกครั้ง บนสังเวียนผืนผ้าใบ

 


ติดตามทุกข่าวสารวงการมวยได้ที่นี่ www.muayded789.com

 

 

 

วิเคราะห์ศึกมวยจ้าวไทย “คีรีหลวง-ชาญยุทธ” แข้งซ้ายใครคมกว่ากัน ?

“คีรีหลวง-ชาญยุทธ” แข้งซ้ายใครคมกว่ากัน ?


    หลังจากมีคำสั่งคลายล็อกดาวน์ เฟส 3 ที่ค่ายมวยสามารถกลับมาทำการฝึกซ้อม ได้อย่างเต็มรูปแบบ ก็ทำให้วงการมวยไทย มีความหวังที่จะได้ดูมวยตู้ในเร็ววันนี้ 

    โดยศึกที่มีการเคลื่อนไหวมากสุด ได้แก่ ศึกจ้าวมวยไทย ทางช่อง 3 ที่มีการประกบคู่วันที่ 20 มิ.ย. และ 27 มิ.ย. ออกมาเป็นเรียบร้อยแล้ว

    สำหรับคู่ที่เราจะหยิบมาวิเคราะห์ในวันนี้ เป็นการเจอกันระหว่าง คีรีหลวง ช.ห้าพยัคฆ์ กับ ชาญยุทธ ศักดิ์รุ่งเรือง ชกกันในพิกัด 121 ปอนด์ วันเสาร์ที่ 20 มิถุนาฯ 

    คีรีหลวง-ชาญยุทธ เป็นมวยที่อายุอานาม สไตล์การชก และรูปร่างใกล้เคียงกันเหลือเกิน เพราะเป็นมวยประเภทจังหวะฝีมือ แถมยังถนัดออกแข้งซ้ายเหมือนกันอีก กระดูกประสบการณ์การผ่านมวยพอๆ กัน ความรวดเร็วปราดเปรียวไม่หนีกันมาก (คีรีหลวง อาจดูเร็วกว่าเล็กน้อย) 

    สามฟอร์มหลังสุดของ คีรีหลวง ชนะน็อกยก 4 ลูกนารายณ์ ส.สละชีพ, หวดก้านคอชนะน็อกยก 5 พรานดำ อโยธยาไฟต์ยิม และแพ้น็อกยก 4 ชาละวัน เงาะบางกะปิ 

    ส่วน ชาญยุทธ ผลงาน 4 ไฟต์หลังสุด ชนะรวด ไล่มาตั้งแต่ ชนะ ชาละวัน ส.สมหมาย, ชนะ ไคโตะ ว.วันชัย, ชนะ พฤหัสเล็ก เมืองสีมา แบบขาดลอย และชนะ สะเดาหวาน ศิษย์จ่าเทิด 

   เดิมทีในตอนแรก คีรีหลวง มีคิวจะได้แก้มือกับ แก่นพิทักษ์ นาย่าปาร์ควิว แต่ต่อมาได้มีการปรับเปลี่ยนมาให้เจอกับ ชาญยุทธ แทน 

    พูดถึงคู่นี้รูปเกมน่าจะเป็นการสู้ด้วยจังหวะวงนอกเป็นหลัก วัดกันว่าแข้งของใครจะออกได้คมกว่ากัน แต่จุดที่น่าสร้างความแตกต่างกันของไฟต์นี้ คือ จังหวะวงใน และอาวุธเสริม 

    คีรีหลวง มีลูกศอกที่คอยสกัดจังหวะรุกของคู่ต่อสู้ ส่วน ชาญยุทธ เป็นมวยที่ไล่แขนได้แข็งแรง ถ้าสู้นอกยังไม่ชัดเจน เขาก็ยังมีจังหวะล็อกคอตีเข่ามาช่วยเร่งทำคำแนน 

    หากดูที่อาวุธ ชาญวิทธิ์ มีความหลากหลายกว่านิดๆ แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัย เช่น วันนั้นใครจะสภาพร่างกายดีกว่า เพราะทั้งคู่หยุดไปนานในช่วงโควิด-19 

    ต้องมาดูกันสุดท้ายแล้วว่า มวยของผู้จัดอย่าง คีรีหลวง เมื่อวัดจังหวะฝีมือแล้วจะสามารถเตะสกัดหยุด ชาญยุทธ ลูกศอกจะสร้างปัญหาให้ ชาญยุทธ ได้แค่ไหน เพราะถ้าหากวงนอกไม่เด็ดขาดจริง ชาญยุทธ ก็มีสิทธิ์ข้ามถิ่นมาคว้าชัยได้เช่นกัน

 


ติดตามทุกข่าวสารวงการมวยไทย มวยหู มวยออนไลน์ ได้ที่นี่ www.muayded789.com

 

 

 

 

“แม็กซ์ อัจฉริยะ” กำปั้นผู้บริสุทธิ์ต้องใช้ชีวิต 14 เดือนในเรือนจำ

“แม็กซ์ อัจฉริยะ” กำปั้นผู้บริสุทธิ์ต้องใช้ชีวิต 14 เดือนในเรือนจำ


    เรือนจำ เป็นสถานที่ที่คงไม่มีใครอยากก้าวเท้าเข้าไปอยู่ในนั้น เพราะเท่ากับว่า คุณได้สูญเสียอิสรภาพ และหลายๆอย่างในชีวิตไป

    นายอัจฉริยะ วิโรจน์สุโนบล หรือ “เจ้าแม็กซ์” อัจฉริยะ อำนาจมวยไทย อดีตแชมป์สภามวยแห่งเอเชีย (WBC Asia) รุ่นซูเปอร์ไลท์เวต คือ คนหนึ่งที่เคยต้องเข้าใช้ชีวิตอยู่ในนั้น นานถึง 14 เดือน ทั้งที่เจ้าตัวไม่ได้ทำความผิดใดๆ เลย 

    เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นราวกับละครหลังข่าว “เจ้าแม็กซ์” ที่ขณะนั้นกำลังมีอนาคตสดใส ในเส้นทางมวยสากลอาชีพ หลังจากเบนเข็มการรับใช้ชาติ ในกีฬามวยสากลสมัครเล่น ทีมชาติไทย เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในวันที่ อัจฉริยะ มีคิวต้องออกเดินทางไปชกไฟต์อุ่นเครื่องที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อถึงสนามบิน 

    ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ได้เห็นประวัติของ นายอัจฉริยะ เด้งขึ้น ตรงกับรายชื่อเจ้าของรถ ของผู้ต้องหาคดีค้ายาเสพติด 3.4 ล้านเม็ด ที่ใช้ในการขนส่ง ตำรวจจึงได้ทำการควบคุมตัว เจ้าแม็กซ์ ไปฝากขังเพื่อเตรียมดำเนินคดี

    ข่าวดังกล่าวสร้างความตกอกตกใจให้กับ แฟนหมัดมวย เพราะไม่มีใครคาดคิดว่า คนที่มีอนาคตดีอย่าง เจ้าแม็กซ์ จะเลือกเดินทางผิด ขายยาเสพติด เรียกว่าตอนนั้นอนาคตของ แม็กซ์ อัจฉริยะ ดับวูบ 

    เจ้าแม็กซ์ อัจฉริยะ รู้อยู่เต็มอกว่าตัวเองไม่ได้มีความผิด แต่ในเวลานั้นจะมีสักกี่คนที่เชื่อ ทุกวันที่อยู่ในเรือนจำ มันคือความทรมานอย่างแสนสาหัสที่เขาต้องห่างไกลจากลูกชาย ภรรยา และครอบครัว แถมยังถูกสังคมมองว่า เขาคือนักค้ายา ทั้งที่ความจริงเขาคือผู้โชคร้ายที่ยังไม่มีโอกาสได้อธิบายให้สังคมเข้าใจ

    อย่างไรก็ดี ภรรยาคู่ชีวิต และครอบครัวยังคงมั่นใจในความบริสุทธิ์ของ กำปั้นรายนี้ จึงพยายามรวบรวมหลักฐานๆ ต่างๆ 

    เช่น สาเหตุที่รถยนต์คนนั้นเป็นชื่อเจ้าแม็กซ์ เนื่องจากเป็นการโอนลอย ขายให้กับเพื่อนที่รู้จักกัน คือ นาย  เอกกวี แก้วมณี ต่อมาคนที่ซื้อต่อจาก เจ้าแม็กซ์ ก็ไปขายรถให้เต็นท์รถมือสอง ก่อนที่คนในขบวนการค้ายา จะมาซื้อรถคันดังกล่าวไปใช้ก่อเหตุ

    นอกจากนี้ ยังได้มีการรวมหลักฐาน เช่น เจ้าแม็กซ์ ไม่เคยมีประวัติเดินทางไปที่จังหวัดระนอง ซึ่งเป็นสถานที่ที่ แก๊งค์ค้ายาถูกจับกุ่ม รวมถึง ไม่ได้รู้จัก ไม่เคยมีความเกี่ยวข้องกับคนในขบวนการค้ายา ผู้ต้องหาคนอื่นในคดีนี้ก็ไม่มีใครรู้จักเจ้าแม็กซ์ รวมถึงวันที่เกิดเหตุ เจ้าแม็กซ์ ก็มีหลักฐานว่าตัวเองพักอยู่ในโรงแรม 

    หลังจากใช้เวลารวบรวมหลักฐาน และต่อสู้อย่างยาวนาน เกือบปีครึ่ง เพื่อให้ เจ้าแม็กซ์ อัจฉริยะ พ้นมลทิน ในที่สุดศาลชั้นต้น มีคำสั่งยกฟ้อง เจ้าแม็กซ์ อัจฉริยะ และอัยการไม่สั่งฟ้องต่อ เนื่องจากเชื่อว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ทำให้ เจ้าตัวได้รับอิสรภาพในช่วงเย็นของวันที 27 พฤษภาคม

ขอบคุณภาพจาก : เดลินิวส์

    ทันทีที่ออกจากเรือนจำ อัจฉริยะ ก้มลงกราบเท้ามารดา ก่อนสวมกอดภรรยา รวมถึงบุตรชาย และเครือญาติ ทำให้บรรยากาศที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาแห่งความดีใจ หลังจากที่ เจ้าแม็กซ์ ถูกคุมขังมานานถึง 14 เดือน และในที่สุดก็สามารถทำให้ สังคมได้รับรู้ว่า เขาคือผู้บริสุทธิ์ที่น่าเห็นใจมากที่สุด

 


ติดตามทุกข่าวสารวงการมวยได้ที่นี่ www.muayded789.com

 

 

 

 

3 ไฟต์ไม่น่าพอ “เขี้ยวพยัคฆ์-ลำน้ำมูลเล็ก” คู่มวยที่ต้องมีภาค 4 

3 ไฟต์ไม่น่าพอ “เขี้ยวพยัคฆ์ – ลำน้ำมูลเล็ก” คู่มวยที่ต้องมีภาค 4 


    เขี้ยวพยัคฆ์ จิตรเมืองนนท์ และ ลำน้ำมูล อ.อัจฉริยะ จัดเป็นสองนักมวยไทย ประเภทคลาสสิค จังหวะฝีมือ แม้จะอยู่กันคนละเวต แต่ที่ผ่านมาก็เคยแวะเวียนมาใช้บริการแล้วถึง 3 ครั้ง 

    ทุกครั้งที่เจอกันก็สู้กันได้สนุก เพราะสไตล์การชกใกล้เคียงกันเหลือเกิน เป็นมวยตั้งรับรอสวนกลับ ไม่ใช่มวยเดินด้วยกันทั้งคู่ เขี้ยวพยัคฆ์ มีแข้งขวาเป็นจุดขาย ส่วน ลำน้ำมูลเล็ก มีแข้งซ้ายเป็นทีเด็ด เรียกว่าใครออกแข้งหลุดหลวมนิดเดียว โดนสวนคืนทันควัน

    เวลาเจอกันทีไร กลายเป็นคู่มวยคลาสสิค ชิงไหวชิงพริบว่า ใครจะออก-เก็บอาวุธได้ดีกว่า ทรงมวยใครจะยืนสวยกว่ากัน เหลี่ยมมวยชั้นเชิงใครจะงัดลูกไหนออกมาใช้ ออกมาแก้เกม ตามสถานการณ์ 

    2 ครั้งแรก เขี้ยวพยัคฆ์ ชกด้วยความใจเย็น อาศัยการออกแข้งที่แม่นยำกว่า และความรวดเร็วปราดเปรียวเล่นงานลำน้ำมูลเล็ก 

    ส่วน ลำน้ำมูลเล็ก มีไปพลาดจังหวะเร่งเกมช่วงยกท้ายๆ จนไปเตะหลุด เข้าทางเจ้าบิ๊กที่รอเก็บจังหวะสอง พอสถานการณ์ตามหลังมากๆ ก็ไล่ไม่ทัน 

    อย่างไรก็ตาม ในไฟต์ล่าสุด ลำน้ำมูลเล็ก สามารถแก้มือได้สำเร็จ โดยคราวนี้เป็นฝั่ง ลำน้ำมูลเล็ก ที่ปรับแผนมาชกตั้งรับเหนียวแน่น ไม่เร่งบุก ไม่เร่งออกอาวุธ คอยยกแข้งบัง แล้วหาลูกโต้เนื้อๆ เน้นๆ

    แถมวันนั้นรูปเกมเป็นใจให้ ลำน้ำมูลเล็ก เพราะเขี้ยวพยัคฆ์ ปรับสไตล์มาเดินเข้าหา ทำให้ ลำน้ำมูลเล็ก ได้ชกในเกมที่ถนัดของตัวเอง สามารถตั้งรับเลือกออกอาวุธได้เน้นๆ 

    สุดท้าย ลำน้ำมูลเล็ก ก็เลยถอนแค้นได้สำเร็จ แต่ถึงกระนั้นเชื่อว่าต่างฝ่าย น่าจะยังมีเรื่องที่ค้างคาอยู่ในใจ การเจอกัน 3 ไฟต์ไม่น่าพอ และคงพร้อมที่จะเจอกันอีกหากถูกประกบมาดวลกันในภาค 4

    เพราะอย่าลืมว่า ในไฟต์ล่าสุดที่ ลำน้ำมูลเล็กชนะ เขาได้เปรียบเรื่องน้ำหนัก ที่ทาง เขี้ยวพยัคฆ์ ยอดมวย กกท. คนล่าสุด ต่อให้ถึง 3 ปอนด์ แถมขยับไปต่อยในเวต 128-131 ปอนด์ หลังจากสองครั้งแรกต่อยน้ำหนักเท่ากันคือ 123.5 ปอนด์ และ 127 ปอนด์ 

    ถ้าหากไฟต์ 4 ลำน้ำมูลเล็ก เอาชนะได้อีก ก็จะเพิ่มสถิติเท่ากับ เขี้ยวพยัคฆ์ 2-2 ครั้ง ส่วน เขี้ยวพยัคฆ์ ระยะหลังไม่ค่อยแพ้ใคร จนมาสะดุดไฟต์นี้ 

    สมมติถ้ามีโอกาสแก้มืออีกครั้ง เจ้าบิ๊ก ก็น่าจะพร้อมสู้ เพื่อลบความผิดหวังในไฟต์ล่าสุด ที่ปรับสไตล์มาชก ไม่ได้ชกในจังหวะที่ถนัดของตัวเอง จนมีส่วนให้พ่ายแพ้ไป

    ต้องมาดูหลังจาก มวยไทยกลับมาอีกครั้ง  คู่ระหว่าง ลำน้ำมูลเล็ก กับ เขี้ยวพยัคฆ์ จะมีโอกาสเจอกันภาค 4 มากน้อยแค่ไหน ?

    เชื่อว่าหากได้ชกน้ำหนักเท่ากัน ที่ เขี้ยวพยัคฆ์ พอใจ และ ลำน้ำมูล ไม่ได้เสียเปรียบ ต้องบีบลงไปเยอะ ก็มีความเป็นไปได้สูงที่คู่มวย อาจมีโอกาสรีแมตช์ เพราะดูแล้ว 3 ไฟต์ไม่น่าพอ สำหรับคู่ เขี้ยวพยัคฆ์-ลำน้ำมูลเล็ก

 


ติดตามทุกข่าวสารวงการมวยได้ที่นี่ www.muayded789.com

 

 

 

 

 

อยู่บ้านก็ฝึกมวยไทยได้! ไอเดียจาก “แสงมณี” ที่ยิมมวยไทยน่าปรับใช้

อยู่บ้านก็ฝึกมวยไทยได้! ไอเดียจาก “แสงมณี” ที่ยิมมวยไทยน่าปรับใช้


    ช่วงนี้เรียกว่าทุกคนที่อยู่ในธุรกิจมวยไทย ได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า ทั้ง ค่ายมวยไทย, นักมวยไทย, คนจัดมวย ไปจนถึง กิจการยิมฟิตเนสที่เปิดสอนมวยไทย เพื่อการออกกำลังกาย 

    แม้ว่าจะมีการคลายล็อกดาวน์ ให้ธุรกิจออกกำลังกาย อย่าง ฟิตเนส กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง แต่ก็ยังมีปัญหาในเรื่องความมั่นอกมั่นใจของผู้ใช้บริการ ถ้าหากต้องมาอยู่ในสถานที่มีคนอยู่จำนวนมาก อย่างเช่น ในยิม, ในค่ายมวย ก็ดูยังมีความหวั่นใจอยู่

    ค่ายมวย เสถียรมวยไทยยิม ที่บริหารกิจการ โดยสองคู่หูต่างวัย อย่าง เสถียร สมขาว เทรนเนอร์มากประสบการณ์ และ แสงมณี คลองสวนพลูรีสอร์ท ยอดมวยขวัญใจนักศึกษา ได้รับผลกระทบไปเต็มๆ จนต้องปิดค่ายชั่วคราว

    จากค่ายที่มีชาวต่างชาติมาร่ำเรียนกันเป็นจำนวนมาก เคยมีรายได้ต่อเดือนประมาณ 300,000 บาท เมื่อเกิดโควิด-19 ขึ้นก็ทำให้ ชาวต่างชาติที่เคยมาเรียน ต้องเดินทางกลับประเทศ ทางค่ายจึงไม่มีรายรับเข้ามา ส่งผลให้ต้องปล่อยนักมวยร่วม 10 ชีวิต และเทรนเนอร์ 8 คน กลับสู่ภูมิลำเนา 

    เพราะไม่มีเงินจ้างลูกน้อง เนื่องจากไม่มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการ ส่วนคนไหนที่ไม่สะดวกกลับบ้าน ทางค่ายก็ต้องดูแลตามสภาพ เรียกว่าเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก 

    กระทั่งล่าสุด ทางเจ้าบอล แสงมณี ก็ปิ๊งไอเดียบรรเจิด ด้วยการที่เขาและเสถียร จะออกไปสอนมวยนอกสถานที่ 

    ในช่วงที่หลายคนต้องทำงานอยู่ที่บ้าน และไม่มีความมั่นใจที่มาที่ค่าย โดยจะเดินทางไปสอน ในพิกัดทั่วกรุงเทพฯ ราคาเพียง 1,000-1,500 บาท ต่อคน (1-1.30 ชั่วโมง) ถือว่าเป็นไอเดียที่แปลกใหม่และเข้ากับสถานการณ์ได้ดี

    เพราะนอกจากคนที่ใช้บริการ จะได้เรื่องความรู้สึกมั่นใจ ปลอดภัย ที่ไม่ต้องเดินทางไปค่าย ยังได้กระทบไหล่กับ ซูเปอร์สตาร์อย่าง แสงมณี อีกด้วย งานนี้ลูกค้าได้ทั้งสุขภาพ ได้ทั้งความประทับใจแน่นอน โอกาสแบบนี้ก็ไม่ได้มีบ่อยๆ ด้วย 

    อยู่บ้านก็ฝึกมวยไทยได้ นับเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำหรับค่ายมวยๆหลายค่าย ยิมสอนออกกำลังกาย ที่สามารถเอาไปปรับใช้ ด้วยการให้นักมวยในสังกัด ออกไปสอนนอกสถานที่ เพื่อเป็นรายได้อีกทาง ระหว่างที่รอมวยไทยกลับมาแข่งขันอีกครั้ง

 


ติดตามทุกข่าวสารวงการมวยได้ที่นี่ www.muayded789.com

 

 

 

 

สู้จริง ร้ายมาก “เพชรอู่ทอง อ.ขวัญเมือง” ยอดมวยอารมณ์ศิลปิน

สู้จริง ร้ายมาก “เพชรอู่ทอง อ.ขวัญเมือง” ยอดมวยอารมณ์ศิลปิน


    เป็นอีกหนึ่งนักชกที่กลับมาเกิดภาคใหม่ ด้วยฟอร์มที่ยอดเยี่ยม สำหรับ เพชรอู่ทอง อ.ขวัญเมือง นักชกดีกรียอดมวยถ้วยพระราขทาน ปี 2559 หลังจากไฟต์ล่าสุด ไล่ต้อนล้างตาเอาชนะ รุ่งกิจ บ.รุ่งโรจน์ แบบไปขาดลอย

    นายณัฐพล นวลแก้ว คือชื่อจริงของ เพชรอู่ทอง ปัจจุบันอายุ 25 ปี เป็นลูกหลานจากอำเภอห้วยราช จังหวัดบุรีรัมย์ เลือกเดินในเส้นทางนักสู้ ตามรอยคุณพ่อที่เป็นอดีตนักมวยไทยอย่าง ลิ่วลม พ.ธวัชชัย 

    เพชรอู่ทอง ได้รับการกล่าวถึงตั้งแต่สมัยยังเป็น ดาวรุ่งที่เข้าต่อยในเมืองกรุง เพราะเป็นนักมวยที่ความฉลาด ปราดเปรียว จังหวะฝีมือคลาสสิค ออกได้สองการ์ด เก็บอาวุธดี แถมยังมีจุกจิก เป็นนักมวยที่มีความครบเครื่องทั้งนอก และใน ลีลาแพรวพราว เจ้าเล่ห์

    ชีวิตของ เพชรอู่ทอง ขึ้นไปสู่จุดสูงสุดของอาชีพ ในปี 2559 เมื่อได้รับการพิจารณาให้เป็น ยอดมวยถ้วยพระราชทาน ประจำปีดังกล่าว ถือเป็นเกียรติประวัติสูงสุดของ เพชรอู่ทอง และครอบครัว โดยผลงานในปีนั้น เพชรอู่ทอง ชนะรวดทุกไฟต์ 

    ไล่มาตั้งแต่ ชนะทีเคโอ แสน พรัญชัย ยก 3, ชนะคะแนน บางพลีน้อย 96 ปีนัง, ชนะคะแนน แก้วกังวาล พลิ้ววาโย, ชนะคะแนน ซุปเปอร์เล็ก ม.รัตนบัณฑิต, ชนะทีเคโอ ไข่มุกขาว เพชรยินดีอะคาเดมี่ และไฟต์สุดท้ายคือ ชนะน็อก พันธ์พยัคฆ์ จิตรเมืองนนท์ ยอดมวย 3 พ.ศ. ในยกที่ 1 

    ไม่มีใครสงสัยในพรสวรรค์ และความสามารถที่จัดจ้านของเขา แต่อีกด้านหนึ่ง หลังจากได้รางวัลยอดมวยถ้วยพระราชทาน เพชรอู่ทอง เริ่มฟอร์มไม่สม่ำเสมอ เป็นมวยอารมณ์ศิลปิน  เอาแน่เอานอนไม่ค่อยได้ วันไหนมาเก่ง ก็เก่งเกินต้าน ใครเจอก็สู้ยาก วันไหนบทจะแพ้ ก็แพ้ได้อย่างง่ายดาย ซะยังงั้น

    เริ่มจากถูก พันธุ์พยัคฆ์ จิตรเมืองนนท์ แก้มือย้ำแค้นไปได้อย่างขาดลอย, ต่อด้วยแพ้น็อก พันธุ์พยัคฆ์ ศิษย์เชฟบุญธรรม, แพ้คะแนน ก้าวหน้า สจ.โต้งปราจีน จากนั้นคืนฟอร์มมาชนะ เทพบุตร เสมอ ซุปเปอร์เล็ก แล้วชนะคู่ชกต่ออีก 2 ไฟต์ 

    ก่อนจะไปแพ้รวดอีก 4 ไฟต์ ได้แก่ แพ้ ซุปเปอร์บอล ทีเด็ด 3 ครั้ง และแพ้ เจมส์ศักดิ์ เพชรเกียรติเพชร อีก 1 หน กู้ศรัทธาด้วยเอาชนะคะแนน เสือคิม ศิษย์ สท.แต๋ว แต่ไฟต์ต่อมาดันมาแพ้น็อกให้ รุ่งกิจ บ.รุ่งโรจน์ ก่อนมาแพ้ มงคลเพชร เพชรยินดีอะคาเดมี ตามด้วยเอาชนะ หรั่งขาว ว.สังข์ประไพ

    แต่ที่เป็นข่าวโด่งดัง คือไฟต์มีคิวจะต้องเจอกับ ธนญชัย สมหวังไก่ย่าง เมื่อถึงหน้าตาชั่งปรากฏว่า เพชรอู่ทอง มาสอบด้วยน้ำหนักมากเกิน 140 ปอนด์ ทั้งที่ตกชกกันในพิกัด 133 ปอนด์ ก่อนที่ เพชรอู่ทอง แจ้งกับทีมงานว่าทำน้ำหนักลงไม้่ไหว ขอถอนชก ทำให้ครั้งนั้นถูกวิจารณ์มากพอสมควร เพราะทำให้ ธนญชัย ต้องตกล็อกไปโดยปริยาย


    ทว่าหลังเหตุการณ์นั้น เพชรอู่ทอง สามารถคืนฟอร์มกู้ศรัทธา เอาชนะ พันธุ์พยัคฆ์ ศิษย์บุญธรรม และฝากผลงานขั้นเทพในไฟต์ล่าสุดก่อนมีโควิด-19 ด้วยการล้างแค้น รุ่งกิจ บ.รุ่งโรจน์ ไปแบบทบต้นทบดอก 

    เรียกว่าเป็น ยอดมวยคนหนึ่งที่ผลงานอาจจะไม่สม่ำเสมอ  แต่หากว่าด้วยเรื่องฝีมือ เขาก็ไม่เป็นสองรองใครเหมือนกัน ในยุทธจักร์นี้

 


ติดตามทุกข่าวสารวงการมวยไทย มวยหู มวยออนไลน์ ได้ที่นี่ www.muayded789.com

 

 

 

 

 

วิเคราะห์ “แสงอาทิตย์-กุหลาบดำ” คู่มวยสากลที่แฟนมวยไทยรอชม

วิเคราะห์ “แสงอาทิตย์-กุหลาบดำ” คู่มวยสากลที่แฟนมวยไทยรอชม


    หลังจากเมื่อไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ รายการ The Figther ล่าฝัน บัลลังก์โลก ได้มีการจัดการแข่งขัน เพื่อเฟ้นหาดาวดวงใหม่ของ กำปั้นชาวไทย บนถนนมวยสากลอาชีพ 

    จนได้แชมป์มาแล้ว 2 รุ่น นั่นคือ จอมโว กีลาสปอร์ต ที่เอาชนะ จอมโหด หมูปิ้งอร่อยจุงเบย มาในรอบชิงชนะเลิศ กับอีกรายได้แก่ แสงอาทิตย์ ลูกทรายกองดิน นักชกดาวรุ่งวัยเพียง 15 ปี ที่เป็นม้ามืดมาซิวเข็มขัดแชมป์ของรายการไปครอง 

    ทั้งที่ในพิกัดดังกล่าว มีนักมวยไทยชื่อดังอย่าง กุหลาบดำ สจ.เปี้ยกอุทัย, ทักษิณเล็ก ศิษย์ประกายฟ้า, ธนัญชัย ราชานนท์ ลงทำการแข่งขันด้วย แต่ทว่าพวกเขากลับไปไม่ถึงตำแหน่งแชมป์ พลาดท่าตกรอบเสียก่อน 

    อย่างไรก็ดี แม้รายการจะจบลงไปแล้ว และหนทางสู่แชมป์โลกยังอีกยาวไกล แต่โปรโมเตอร์ผู้จัดอย่าง เสี่ยเอี้ยง ทวีสิน เหล่าสุวรรณวัฒน์ ก็เตรียมจัดแมตช์ดวลกำปั้นระหว่าง แสงอาทิตย์ ลูกทรายกองดิน เจอกับ กุหลาบดำ สจ.เปี้ยกอุทัย ในกติกามวยสากล 

    โดยยืนยันว่า เมื่อไหร่ที่มวยได้รับอนุญาตกลับมาจัดอีกครั้ง ทางเสี่ยเอี้ยง พร้อมจัดคู่นี้มาเจอกันทันที ให้สมกับที่แฟนมวยอยากดู  

    ความจริง กุหลาบดำ และ แสงอาทิตย์ เกือบมีโอกาสโคจรมาพบกันแล้ว เพราะต่างฝ่ายต่างเข้ารอบ 4 คนสุดท้ายของรายการ The Figther  แต่ในรอบตัดเชือก กุหลาบดำ ไปพลาดท่าแพ้น็อก เพชรใหม่ ช.ชูชีพ แบบช็อกทั้งสตูดิโอ ส่วน แสงอาทิตย์ ทะลุเข้ารอบชิงฯ ก่อนเอาชนะ เพชรใหม่ มาได้

    แถมคู่นี้ ผู้จัดฯ ยังยืนยันว่าคนชนะจะได้รับโอกาสไต่เต้าไปชิงแชมป์โลก ในสถาบันอย่าง WBA ดังนั้นนี่จึงเป็นคู่มวยที่น่าติดตามอย่างยิ่ง

    กุหลาบดำ ประสบการณ์ในการชกมวยไทย ไม่ต้องพูดถึง แต่ก็ยังถือว่าเป็นมือใหม่สำหรับมวยสากล สไตล์การชกของ เจ้าเขียว เป็นพวกพลังหมัดหนักแรง เปรียบเสมือน เขาทราย กาแล็กซี่ แต่เรื่องจังหวะตั้งรับ การเคลื่อนที่ยังต้องแก้ไข หากคิดจะเอาดีทางมวยสากล

   ส่วน แสงอาทิตย์ กระดูกเป็นรองเพราะอายุแค่ 15 ปี ร่างกายยังโตได้อีก สไตล์การชกเป็นพวกที่เน้นตั้งรับแน่น ออกอาวุธลูกฉาบฉวยได้ดี ต่อยเข้าเป้าดี แต่ยังมีจุดที่ต้องปรับปรุง ทั้งเรื่องจำนวนการออกหมัดที่ดูน้อยไปนิด ซึ่งในกติกามวยสากล ค่อนข้างมีผลอย่างมาก จะมาตั้งรับจับทางแบบมวยไทย คงไม่ทันกิน หากเจอนักมวยสากลอาชีพ

    ความเห็นของเซียนมวยต่อ คู่แสงอาทิตย์-กุหลาบดำ แตกออกเป็นสองฝั่ง ฝ่ายหนึ่งมองว่า กุหลาบดำ เก๋ากว่า หมัดหนักประเภทซ้ายนับน็อก ดูแล้ว แสงอาทิตย์ ไม่น่าต้านได้ แต่อีกฝั่งมองว่า แสงอาทิตย์ ดูมีทรง มีความเป็นมวยสากลที่ดีกว่า แถมยังพัฒนาได้อีกเยอะ ส่วนกุหลาบดำ จังหวะตั้งรับยังไม่ดีเท่าที่ควร

    นี่จึงเป็นอีกหนึ่งคู่มวย ที่น่าจะเรียกเรตติ้งผู้ชมได้น้อย หากมีการจัดจริงๆ แฟนมวยเด็ด 789 มีความเห็นอย่างไรกับคู่ แสงอาทิตย์-กุหลาบดำ คิดว่าสุดท้ายใครจะเป็นผู้ชนะ พิมพ์คอมเมนท์กันเข้ามาได้ครับ

 

 


ติดตามทุกข่าวสารวงการมวยได้ที่นี่ www.muayded789.com