เก่งทั้งคู่ ! วิจารณ์หลังเกม “พระจันทร์ฉาย VS สามเอ”

เก่งทั้งคู่! วิจารณ์หลังเกม “พระจันทร์ฉาย VS สามเอ”


    สมกับเป็นการดวลกันที่สนุกสมกับที่แฟน ๆ รอคอย สำหรับการเจอกันของ 2 พระกาฬต่างยุค คู่เอก ONE Championship ระหว่าง “สามเอ ไก่ย่างห้าดาว” กับ “พระจันทร์ฉาย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม”
 
    โดยชัยชนะตกเป็นของ พระจันทร์ฉาย พี.เค.แสนชัยมวยไทย ที่กระชากเข็มขัดแชมปฺ์โลก มวยไทย ONE Championship รุ่นสตอรว์เวต 125 ปอนด์ มาครองได้สำเร็จ สมกับที่ถูกเปิดราคาก่อนชกให้เป็นต่อ ยอดฝีมืออย่าง สามเอ 
 
    แต่สิ่งที่เหนือกว่าชัยชนะ นั่นคือ คุณภาพการชกที่ทั้งสองคน สู้ได้อย่างเต็มกำลัง ความสามารถ ทำหน้าที่ของตัวเองบนเวทีได้อย่างสมบูรณ์แบบ และพยายามเรียกฟอร์มที่ดีสุดออกมา จนทำให้ผู้ชมได้อย่างเราได้กำไร

 
    ก่อนอื่นต้องขอพูดถึงผู้ชนะอย่าง พระจันทร์ฉาย แน่นอนว่าก่อนชก บางคนก็ไปตั้งแง่กับ พระจันทร์ฉาย ถึงความเหมาะสมว่า ทำไมถึงชกครั้งแรกแล้วได้ชิงแชมป์โลกเลย ? ไม่ต้องรอเข้าแรงกิ้งเหมือนคนอื่น, ตัวเล็กปล่อยเวตขึ้นไปจะเสียเปรียบเปล่า ?, ไปชก ONE กติกาไม่เหมือนมวยไทยบ้านเรา ใช้นวมเล็ก พระจันทร์ฉาย จะปรับตัวอย่างไร ?
 
    แต่สิ่งที่เกิดขึ้นบนเวที 5 ยก พระจันทร์ฉาย สยบทุกเสียงวิจารณ์ และต้องชื่นชมอย่างมากเลยคือ ทีมงานหลังบ้านสตาฟฟ์เทรนนิ่งของ ค่ายพี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม ที่วางแผนแก้เกม แก้ทางมาเป็นอย่างดี ที่สำคัญไม่ประมาท สามเอ เลย
 
    อย่างที่เห็น พระจันทร์ฉาย รู้ดีว่า สามเอ มีหมัดที่อันตราย และลูกเตะก้านคอที่ใช้ผลได้ เจ้านนท์ จึงยกการ์ดขึ้นสูงตลอด เพื่อปัดป้องปิดหน้า จนทำให้ช่วง 3 ยกแรก สามเอ ชกด้วยความอึดอัด เพราะต่อยหน้าไม่ได้เลย 
 
    ประการต่อมา พระจันทร์ฉาย ฉลาดที่เป็นฝ่ายเลือกเดินทำก่อน เลือกเปิดเกมส์เข้าหาตลอด 5 ยก เพราะนอกจากจะเป็นสไตล์ถูกตลาด เป็นทรงมวยแบบที่ ONE ชอบแล้ว การเดินถึงตัว สามเอ เร็ว ก็ทำให้ สามเอ ออกอาวุธลำบาก ไม่มีระยะให้ได้วางแข้งซ้ายแม่น ๆ 
 
    แถมยังต้องมาเจอความเร็วของพระจันทร์ฉาย ที่ชิงจังหวะเตะขา ต่อยหมัด ก่อน ซึ่งผลของการไม่รอติ๊ดซึ่งก็ทำให้ พระจันทร์ฉาย สร้างจุดเปลี่ยนเกมได้สำเร็จ เรียกนับได้ก่อนในยกแรก เมื่อได้นับแล้ว พระจันทร์ฉาย ก็ไม่รีบถอยคุมทรง พยายามเดินติดตัวตลอด
 
    คือถ้าวันนี้ลองคิดกลับกัน หากพระจันทร์ฉาย รอตั้งรับจังหวะสอง เปิดการ์ดหน้าลอย ก็มีสิทธิ์ที่เกมจะออกมาอีกแบบก็ได้ แต่วันนี้ทีมงานสตาฟฟ์โค้ชของเจ้านนท์ ทำการบ้านดี ไม่ประมาทสามเอเลย สั่งให้เดินติดตัวตลอด จนคว้าชัยไปได้แบบหมดจด ไร้ดราม่า
 
    ส่วนในรายของผู้แพ้ สามเอ อันดับแรกต้องบอกเลยว่า สามเอ สู้กับ พระจันทร์ฉาย ได้ดีกว่าที่หลายคนคิด เพราะอย่าลืมว่า สามเอ ปัจจุบันอายุอานามปาเข้าไป 38 ปี ในรุ่นอายุเดียวกัน เลิกมวยไปเกือบหมดแล้ว 
 
    แต่ สามเอ ยังแสดงให้เห็นถึงคุณภาพในการชกที่ ยังสามารถยืนระยะชกในระดับสูงได้ แม้ว่าจะร้างสังเวียนมาร่วม 1 ปี แต่ลูกเตะแข้งซ้ายที่ยังคงทรงพลังหนักแรง และยืนซดกับนักมวยไทยที่เก่งสุด เมื่อปอนด์ต่อปอนด์ในยุคปัจจุบัน ได้อย่างสนุก 
 
    คือจินตนาการไม่ออกเลย จะหานักมวยไทยอายุ 38 ปี ในรุ่นน้ำหนักนี้ มาชกในเกมตึงเครียดกดดัน และเจอของยากแบบพระจันทร์ฉาย แล้วโชว์ฟอร์มได้แบบสามเอได้จากที่ไหนอีก คงไม่มีแล้ว 
 
    บางคนบอกว่า สามเอ น่าเป็นฝ่ายเดินทำก่อน แต่ส่วนตัวผมมองว่า สามเอ อายุเยอะมากแล้ว วัยนี้จะให้เป็นเดินแลกเดินลุยเหมือนสมัยหนุ่ม ๆ คงไม่ได้ สามเอ ชกตามแผนและเกมที่ตัวเองวางไว้ ในการคุมพละกำลังเพื่อให้สามารถยืนระยะได้ครบ 5 ยก 

    แต่พอพลาดโดนนับยกแรก สามเอ ก็ต้องเร่งมากขึ้น ส่งผลถึงแรงเรี่ยวเหมือนกัน (แต่ก็พยายามฮึดในยก 4-5) ส่วนหนึ่งที่ต้องให้เครดิต พระจันทร์ฉาย นั่นคือ เขาเป็นนักมวยที่ป้องกันตัวดีเหลือเกิน สกัดลูกเตะสามเอได้หลายครั้ง บล็อกหมัด กันลูกเตะก้านคอของสามเอ ตลอด 
 
    แต่สิ่งที่เห็นคือ สามเอ แม้ผ่าน 3 ยกสถานการณ์เป็นรองมาก เขาก็ยังพยายามสู้ พยายามออกอาวุธและสร้างจุดเปลี่ยนเกม จนในยก 4 สามเอ เร่งเครื่องมาได้ดีขึ้น เตะต่อยจน พระจันทร์ฉาย มีอาการแกว่งให้เห็นเหมือนกัน เรียกว่าลูกเตะที่ยังหนักแรงเหมือนเดิม และไม่บ่อยนักที่จะเห็น พระจันทร์ฉาย โดนใครเตะแล้วสะเทือนแบบนี้ 
 
    เอาเป็นว่าไฟต์นี้ ขอชื่นชมคนชนะครับ พระจันทร์ฉาย มาดีมาละเอียดจริง ๆ แต่น่าคิดเลยว่า พอหมดจากสามเอแล้ว ในรุ่นนี้ของ ONE เขาจะชกกับเขาต่อดี เพราะดูไม่มีใครเหมาะสมเลย (ขนาดคนอื่นในรุ่นนี้ยังโดน สามเอ ซัดมาหมดแล้ว) 
    
    ดังนั้นคู่นี้ถ้ารีแมตช์อีกสักครั้งให้ สามเอ ได้แก้มือ ก็ดูไม่เสียของอะไร เพราะยังนึกไม่ออกจริงๆ ว่าจะใครจะต่อกรกับ เจ้านนท์ ได้ ด้วยฝีมือที่พระกาฬขนาดนี้ 
 
    ส่วน สามเอ ไม่มีอะไรต้องเสียใจเลยครับ อายุ 38 ปี ชกกับ พระจันทร์ฉาย ได้ขนาดนี้ มีแต่ต้องคารวะและชื่นชมด้วยหัวใจว่าสู้ได้ดี ไม่แพ้กัน

 


ติดตามทุกข่าวสารวงการมวยได้ที่นี่ www.muayded789.com

Facebook page : มวยเด็ด789

Youtube Channel : มวยเด็ด789

 

“พระจันทร์ฉาย” นั่งแท่นแชมป์โลก ONE ชาวไทยคนที่ 9 หลังซิวเข็มขัด “สามเอ” เสียงข้างมาก

"พระจันทร์ฉาย" นั่งแท่นแชมป์โลก ONE ชาวไทยคนที่ 9 หลังซิวเข็มขัด "สามเอ" เสียงข้างมาก

 ผ่านไปแล้วสำหรับศึกที่คนไทยตั้งตารอคอย ONE: BATTLEGROUND ซึ่งจัดขึ้นที่ สิงคโปร์ อินดอร์ สเตเดียม เมื่อค่ำวันศุกร์ที่ 30 กรกฎาคมที่ผ่านมา จบลงด้วยการสถาปนาแชมป์โลก ONE ชาวไทยคนใหม่คนที่ 9 ชื่อ "พระจันทร์ฉาย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม"


คู่เอกชูโรงของศึกนี้เป็นการเผชิญหน้าของสองนักมวยฝีมือระดับพระกาฬต่างยุค “สามเอ ไก่ย่างห้าดาว” ราชา ONE สองบัลลังก์ ปะทะดาวรุ่งพุ่งแรงรุ่นน้องอายุห่างกัน 11 ปีที่หาตัวจับยากอย่าง“พระจันทร์ฉาย 
พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม” โดยมีตำแหน่งแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นสตรอว์เวต (52.3-56.7 กก.) ของ สามเอ เป็นเดิมพัน โดยทั้งคู่พบกันในกติกามวยไทย 5 ยก สวมนวม MMA 

ยกแรก ตะวันฉาย เป็นฝ่ายเดินบุก โชว์เทคนิคการใช้หมัดชุดยอดเยี่ยม ถึงกับทะลวงการ์ดปาดเข้าเต็มคาง สามเอ จนได้นับไปก่อน ยก 2-3 พระจันทร์ฉาย ยังคงออกอาวุธหมัดอย่างเข้าเป้า ด้าน สามเอ มีแข้งซ้ายหนักหน่วง แต่นักมวยรุ่นน้องชิงความไวและหลบหลีกคล่องตัว รูปเกมสองยกหลัง สามเอ เร่งเครื่องทำแต้มคืน พละกำลังยังมีเหลือ ได้ลูกกวาดและทุ่ม พระจันทร์ฉาย ลงพื้นหลายที แถมเข้าแลกวงใน ใช้อาวุธหมัดและแข้งซ้ายหนักจัดการรุ่นน้องที่เริ่มอ่อนล้าลงอย่างเห็นได้ชัด


อย่างไรก็ตามเมื่อรวมคะแนนครบ 5 ยก กรรมการชูมือให้ "พระจันทร์ฉาย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม" ชนะคะแนนเสียงข้างมาก (ชนะ 2 เสมอ 1) สถาปนาเป็นแชมป์โลก ONE คนที่ 9 ในประวัติศาสตร์

ไว้อาลัย “เฮียอั้งม้อ” ตำนานโปรโมเตอร์กระบี่ผมแดง

ไว้อาลัย “เฮียอั้งม้อ” ตำนานโปรโมเตอร์กระบี่ผมแดง


    ถือเป็นอีกหนึ่งปูชนียบุคคลของวงการมวยไทย ที่ลับลาจากโลกนี้ไปแล้ว สำหรับ “เฮียอั้งม้อ” ชูเจริญ ระวีอร่ามวงศ์ โปรโมเตอร์ระดับตำนานวัย 79 ปี ที่อยู่เคียงบ่าเคียงไหล่กับแวดวงกำปั้น มาอย่างยาวนานหลายทศวรรษ 
 
    หลังจากต้องต่อสู้กับโรคโควิด-19 มานานกว่า โดยรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู นานถึง 72 วัน ในที่สุด เฮียอั้งม้อ ก็ได้สิ้นลมหายใจไป ทิ้งไว้เพียงเรื่องเล่าขานและตำนานโปรโมเตอร์ใจใหญ่ผู้มีแต่ให้ และสร้างนักมวยเอกมาประดับวงการมากมาย 
 
    อั้งม้อ เกิดและเติบโตในย่านหลังกองปราบสามยอด ฯ (ปัจจุบันคือ คลองถม) มีคุณพ่อกับคุณแม่เป็นชาวจีนอพยพมาจากซัวเถา มาตั้งรกรากในเมืองไทย โดย อั้งม้อ จบการศึกษาแค่เพียงชั้น ป.2 เนื่องจากฐานะทางบ้านยากจน ไม่มีเงินส่งเรียน
 
    แถม อั้งม้อ ยังมีเพื่อนน้องร่วมสายเลือดมากถึง 20 คน จากพ่อแม่คนเดียวกัน ทำให้เขาต้องออกจากโรงเรียนมาหาทำงานรับจ้าง ทำมาหลายงาน เพื่อหาเงินช่วยเหลือครอบครัว นั่นจึงทำให้เขารู้จักกับวงการนักเลง นักเล่น ตั้งแต่อายุยังน้อย 
 
    ต่อมา อั้งม้อ เมื่อถึงวัยเกณฑ์ก็ได้เข้าไปรับใช้ชาติเป็น ทหารเกณฑ์ ภายหลังปลดประจำการ ก็เริ่มเข้าสู่ถนนนักเล่น จนต่อได้มีกิจการบ่อนเป็นของตัวเอง 

    ส่วนตัว อั้งม้อมีความสนิทสนมกับ เฮียเหลา – แคล้ว ธนิกุล เจ้าพ่อคนดังที่เป็นพ่อพระแห่งวงการมวย ทำให้เขาเริ่มเข้าสู่วงการมวย ผ่านการรู้จักกับคนวงการมวย อาทิ แชแม้ นิวัฒน์ และ เส่ย ลี้ถาวรชัย
 
    โดย อั้งม้อ ได้รับคำแนะนำจาก แชแม้ ให้หันมาจับทำค่ายมวยดีกว่า เขาจึงตัดสินใจรื้อบ่อนทิ้งแล้วเอาพื้นที่ตรงนั้นมาทำเป็นค่ายมวย ชูวัฒนะ ใช้เวลาในการรื้อถอนแค่ 3 วันเท่านั้น ตามคำเปิดเผยของ อั้งม้อ ระหว่างการให้สัมภาษณ์กับ เจ๋ง ท่าพระจันทร์


    อั้งม้อ ถือเป็นโปรโมเตอร์สนามมวยราชดำเนินรุ่นแรก ในยุคที่บริหารงานโดย นายสนามมวย “เฉลิมพงศ์ เชี่ยวสกุล” เนื่องจากทั้งคู่มีความสนิทสนมกัน รวมถึงช่วงหนึ่ง อั้งม้อ เคยมีโอกาสเข้าไปคลุกคลีทำงานช่วย มวยสากลสมัครเล่นทีมชาติไทย ด้วย
 
    อั้งม้อ จึงขึ้นแท่นเป็นโปรโมเตอร์มวยประจำเวทีมวยราชดำเนิน จัดมวยมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ในศึกดาวรุ่งชูเจริญ 

    มีนักมวยดัง ๆ มากมายเคยผ่านการชกในศึกของเฮียอั้งม้อ อาทิ  เมืองฟ้าเล็ก เกียรติวิเชียร, อนุวัฒน์ แก้วสัมฤทธิ์, แสนเชิงเล็ก จิระเกรียงไกร, แสงอาทิตย์ ศศิประภายิม, เลิศศิลา ชุมแพทัวร์, กุมารทอง ป.ปลื้มกมล เเหวนเพชร ชูวัฒนะ, วัชรชัย แก้วสัมฤทธิ์, เด่นดนัย เกียรติศักดิ์คงคา, เดชศักดิ์ ส.ธรรมเพชร, จอมทอง ชูวัฒนะ และอีกมากมายที่ไล่ชื่อไม่หวาดไม่ไหว
 
    ด้วยความที่มีหัวใจรักมวยเต็มเปี่ยม แม้อายจะมากแล้ว แต่ อั้งม้อ ก็ยังไม่หยุดทำค่ายมวยชูวัฒนะต่อไป และยังเป็นที่ปรึกษาคนสำคัญ ที่อยู่เบื้องหลังในการผลักดันให้ “เชฟบุญธรรม ภาคโพธิ์” ได้เข้ามาเป็นโปรโมเตอร์จัดมวยชื่อดังในยุคนี้  
 
    กระทั่งเฮียอั้งม้อ มาติดเชื้อโควิด-19 ตั้งแต่ต้นเดือน พฤษภาคม ที่ผ่านมา และอาการค่อนข้างน่าเป็นห่วง จนต้องพักรักษาตัวในไอซียูนานกว่า 2 เดือน 

    แม้ต่อมาเชื้อโควิด-19 จะหายแล้ว แต่อวัยวะภายในได้รับผลกระทบหนัก จนระบบต่าง ๆ ล้มเหลว ก่อนที่สุดท้าย ชูเจริญ ระวีอร่ามวงศ์ จะเสียชีวิตลงอย่างสงบ เมื่อวันที่ 29 ก.ค. ที่ผ่านมา  ทิ้งไว้เพียงความทรงจำที่จะอยู่ในใจแฟนมวยตลอดไป เพจมวยเด็ด789 ขอแสดงความ ไว้อาลัย “เฮียอั้งม้อ” ตำนานโปรโมเตอร์มือหนึ่งของเมืองไทย

 


ติดตามทุกข่าวสารวงการมวยได้ที่นี่ www.muayded789.com

Facebook page : มวยเด็ด789

Youtube Channel : มวยเด็ด789

 

เจาะลึกคู่ชิงแชมป์โลก “พระจันทร์ฉาย” ไฟว้ “สามเอ” 

เจาะลึกคู่ชิงแชมป์โลก “พระจันทร์ฉาย” ไฟว้ “สามเอ” 


    อีกไม่กี่อึดใจ ศึกชิงแชมป์โลกมวยไทย ONE Championship รุ่นสตรอว์เวต 125 ปอนด์ กำลังจะอุบัติขึ้น โดยคราวนี้ทางผู้จัดวาง “พระจันทร์ฉาย พี.เค.แสนชัยมวยไทย” ประเดิมรายการแมตช์แรก ได้ขึ้นลิฟท์ชั้นสูงสุดเป็นผู้ท้าชิงบัลลังก์กับ “สามเอ ไก่ย่างห้าดาวยิม” เจ้าของตำแหน่งจอมเก๋าวัย 38 ปี
 
    นั่นหมายความว่า พระจันทร์ฉาย มีสิทธิ์ชกแค่ไฟต์เดียวก็สามารถเป็น แชมป์โลกมวยไทยของ ONE ได้เลยถ้าชนะแมตช์นี้ 

ขอบคุณภาพจาก : https://www.onefc.com/th/


    ส่วน สามเอ นี่น่าจะเป็นไฟต์ที่หนักสุดในรอบหลายปีของเจ้าของฉายา “ซ้ายไฟลามทุ่ง” เลยทีเดียว เนื่องจาก พระจันทร์ฉาย ถือเป็น นักมวยไทยยุคนี้ที่ดีสุดเมื่อเทียบปอนด์ต่อปอนด์ของ มวยไทย 5 ยกบ้านเราเลยทีเดียว
 
    เจาะลึกคู่ชิงแชมป์โลก กระแสคู่นี้ถือว่าพลิกไปพลิกมา ตอนแรกที่ประกบคู่มา ทัศนะส่วนใหญ่มองไปทางเดียวกัน คือ พระจันทร์ฉาย น่าจะเขมือบ สามเอ ได้ไม่ยาก เพราะทั้งหนุ่มกว่า สดกว่า เร็วกว่า จังหวะฝีมือเพลงแข้ง มันสมองมวย การแก้เกมบนเวทีเข้าขั้นชั้นเซียน 
 
    ในมวยไทยเวทีมาตรฐาน ชั่วโมงนี้หาคู่ชกที่ตัวเท่ากัน เวตเดียวกันแบบไม่ต้องต่อน้ำหนักกับ พระจันทร์ฉาย แทบไม่ได้แล้ว 
 
    แต่พอเริ่มมีคนวิเคราะห์กันจริงจัง กระแสบางส่วนก็เริ่มเอียงไปทาง สามเอ น่ารอง เพราะมวยไทยของ ONE มีรูปแบบกติกา วิธีการเล่นให้คะแนน ขนาดเวที แม้กระทั่งนวมที่สวมใส่ ต่างจากมวยไทย 5 ยกบ้านเราอย่างมาก
 
    ONE ใช้นวมเล็ก ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ พระจันทร์ฉาย ไม่เคยใช้มาก่อน อีกทั้งรูปแบบการให้คะแนนนั้น จะให้ทุกยก ไม่ได้ให้ยก 4-5 แบบบ้านเรา หรือให้ตามราคาต่อรอง ดังนั้นผู้ท้าชิงจึงต้องทำให้ชัดเจนกว่า ถ้าในกรณีสูสี ONE มักจะชูให้แชมป์ได้ภาษีดีกว่า 
 
    เทียบกันแล้ว สามเอ จึงมีความคุ้นเคยกับกติกากับมวยไทยของ ONE มากกว่า ขณะที่ พระจันทร์ฉาย เขาอาจเป็นหนึ่งในตองอู ยามขึ้นสังเวียนมวยไทย 5 ยกเมืองไทย แต่ถ้าเป็นในเวทีกรงเหล็กของ ONE แล้ว พระจันทร์ฉาย ก็ยังเป็นหน้าใหม่อยู่ดี 
 
    อีกทั้งต้องไม่ลืมว่า จุดแข็งของ สามเอ อีกอย่างที่เหนือกว่า พระจันทร์ฉาย คือ ลูกหนักแรง แม้อายุจะมากแล้ว แต่ สามเอ ก็ยังเป็นมวยที่หวดแข้งซ้ายได้หนักแรง ทุกเม็ด ส่วนหมัดก็หวังผลได้ เพราะคุ้นชินกับการต่อยแบบใช้นวมเล็กมากกว่า

 ขอบคุณภาพจาก : https://www.onefc.com/th/


    แต่ พระจันทร์ฉาย ก็ไม่ใช่มวยที่จะถูกโจมตีง่าย เพราะเขามีความเร็ว คล่องแคล่ว ฟุตเวิร์กสเต็ปดีเยี่ยม ไม่อยู่เป็นเป้านิ่งให้ สามเอ ล่อแข้งแน่ แถมยังเป็นมวยที่ระบบการป้องกันตัวดีมาก ดังนั้นคู่นี้สองคน มีจุดดี จุดเด่น แตกต่างกัน
 
    รูปเกมคงเป็นการชิงจังหวะ ชิงไหวพริบมากกว่า คงไม่ได้เน้นปะทะ หรือสู้กันด้วยวงใน เพราะสามเอ อายุมากแล้ว แถมแมตช์ชิงแชมป์ต้องชกเกมยาว 5 ยกด้วย ดังนั้นคงต้องถนอมแรง เลือกออกอาวุธ มากกว่าจะไปสู้
 
    เช่นเดียวกับ พระจันทร์ฉาย เขาเสียเปรียบเรื่องเวตปะทะ เพราะ 125 ปอนด์ เป็นน้ำหนักที่เจ้าตัวปล่อยขึ้นมา รูปร่างยืนเทียบกันแล้ว พระจันทร์ฉาย เป็นรองชัดเจน ลูกหนักเป็นรอง แต่ความฟิต พละกำลังของ พระจันทร์ฉาย ไม่น่ามีปัญหา คงยืน 5 ยกได้สบา ยๆ เพราะต่อยมวยไทย 5 ยกมาตลอด 

ขอบคุณภาพจาก : https://www.onefc.com/th/

 
    คู่นี้ออกได้ทุกหน้าจริง ๆ ทั้งครบยก ไม่ครบยก และทั้งสองคนดูดี มีโอกาสเป็นผู้ชนะได้มากพอ ๆ แฟน ๆ คงต้องตามลุ้นตามเชียร์กันครับว่า สุดท้ายจะเป็น สามเอ ที่เก๋าเอาอยู่ หรือเป็นพระจันทร์ฉาย ที่สดจากไร่ คว้าชัยไปได้

วันศุกร์ที่ 30 กรกฎาคมนี้ เวลา 19.30 น. รับชมการถ่ายทอดสดจากสิงคโปร์ อินดอร์ สเตเดียม ผ่านทาง ONE Super App, YouTube ของ ONE Championship, AIS Play  และไทยรัฐทีวีช่อง 32 เวลา 21.30 น.

 


ติดตามทุกข่าวสารวงการมวยได้ที่นี่ www.muayded789.com

Facebook page : มวยเด็ด789

Youtube Channel : มวยเด็ด789

แทงมวยออนไลน์

 

 

 

 

 

 

 

ไคโตะ-พงษ์ ชั่งฉลุยพร้อมตะบัน | ข่าวเด็ด789 วันที่ 29/07/64 | มวยเด็ด789

ไคโตะ-พงษ์ ชั่งฉลุยพร้อมตะบัน | ข่าวเด็ด789 วันที่ 29/07/64 | มวยเด็ด789

    

อีกก้าวเดียวถึงฝัน ! “ฉัตร์ชัยเดชา” ล้างอาถรรพ์รอบ 16 คน

อีกก้าวเดียวถึงฝัน ! “ฉัตร์ชัยเดชา” ล้างอาถรรพ์รอบ 16 คน


    รอบ 16 คนสุดท้าย โอลิมปิก เกมส์ เคยเป็นของแสลงที่ ฉัตร์ชัยเดชา บุตรดี นักชกประสบการณ์สูงวัย 36 ปี มีความทรงจำไม่ดีนักถึง 2 ครั้ง 
 
    ย้อนกลับไปใน ลอนดอน เกมส์ ปี 2012 นั่นเป็นครั้งแรกที่ “เจ้าสด” ในชื่อเดิม ฉัตรชัย บุตรดี ได้ตั๋วมาลุยโอลิมปิก เกมส์ เป็นสมัยแรกของตัวเอง ในตอนนั้น ฉัตรชัย ถือเป็นนักมวยดาวรุ่งฟอร์มสดที่น่าจับตามอง
 
    รอบแรก กำปั้นชาวไทย ขึ้นชกในรุ่น ฟลายเวต เอาชนะ เซลคุก เอลเคอร์ นักมวยชาวตุรกี แต่โชคร้ายที่รอบต่อมา ฉัตร์ชัย บุตรดี ดันจับสลากไปเจอกับกระดูกชิ้นโตอย่าง โรเบซี่ รามิเรซ นักมวยตัวเต็งชาวคิวบา 
 
    ซึ่งเจ้าสดก็ไม่สามารถต้านทานความแกร่งของ รามิเรซ ได้ ตกรอบ 16 คนสุดท้ายไปอย่างน่าเจ็บใจ และท้ายที่สุด นักชกชาวคิวบาที่เอาชนะ ฉัตรชัย บุตรดี ก็สามารถหลุดทะลุไปได้ถึงการคว้าเหรียญทองโอลิมปิก เกมส์ ได้สำเร็จ 
 
    จากนั้นใน ริโอ เกมส์ ปี 2016 ฉัตรชัย ยังไม่หมดความพยายาม ลงแข่งขันต่อในรุ่นแบนตัมเวต โดยรอบแรก กำปั้นชาวไทย เอาชนะ ลิโอเนล วาราวารา นักมวยจากประเทศวานูอาตู ไปได้แบบไม่ยากเย็น 
 
    ก่อนจะต้องพบกับความฝันร้ายอีกครั้งในรอบต่อมา เมื่อ ฉัตรชัย ตกรอบ 16 คนสุดท้ายเป็นหนที่ 2 ติดต่อกัน หลังพ่ายต่อ วลาดิเมียร์ นิคิติน นักมวยชาวรัสเซีย ไปแบบน่ากังขา
 
    ทั้งที่ไฟต์นั้น ฉัตรชัย ต่อยได้ดีกว่าและสมควรเป็นผู้ชนะ แต่ถูกปล้นชัยกลางอากาศ ตกรอบไปแบบน่าเจ็บใจยิ่งกว่ารอบแรก
 
    ที่สำคัญตอนนั้น ฉัตรชัย อายุมากถึง 31 ปี ซึ่งเป็นช่วงบั้นปลายของการชกมวยแล้ว ทำให้ตัวเองเคยมีความคิดอยากเลิกชกมวย 

    แต่สุดท้ายเจ้าตัวก็ยังฮึดสู้ต่อ ก้มหน้าก้มตาเก็บตัวฝึกซ้อม จนสุดท้ายสามารถคว้าตั๋วมาลุย โอลิมปิก เกมส์ ได้เป็นสมัยที่ 3 และเป็นสมัยสุดท้ายของตัวเองได้สำเร็จ 
 
    คราวนี้ ฉัตรชัย มาโฉมใหม่ทั้งชื่อและสไตล์การชก กลายร่างเป็น “ฉัตร์ชัยเดชา บุตรดี” ที่เปี่ยมไปด้วยความเก๋าเกมส์ และดูมีความมุ่งมั่นมากกว่าเดิม รอบแรก นักชกชาวไทย สยบ ปีเตอร์ แม็กกิล นักมวยจากสหราชอาณาจักร ดีกรีอดีตแชมป์ยุโรป ไปได้ขาดลอย 5-0 เสียง 
 
    ผ่านเข้าสู่รอบ 16 คนสุดท้าย เจอกับ มีร์โก เจฮีล คูเอลโล นักชกชาวอาร์เจนตินา ที่สดกว่า หนุ่มกว่า และนี่คือด่านอาถรรพ์ที่ทำให้ ฉัตร์ชัยเดชา เคยอกหักตกรอบมาแล้วถึง 2 ครั้ง

    แต่มารอบนี้ ฉัตร์ชัยเดชา สามารถล้างอาถรรพ์ให้ตัวเองได้สำเร็จ ด้วยเอาชนะ คูเอลโล ไป 4-1 เสียง กรุยทางสู่รอบ 8 คนสุดท้ายได้เป็นครั้งแรกในชีวิตเจ้าตัว 
 
    เท่ากับว่า ฉัตร์ชัยเดชา ขอแค่เก็บชัยชนะอีกแค่แมตช์เดียว ก็จะการันตีเหรียญรางวัลแรกในโอลิมปิก เกมส์ ได้สำเร็จ แต่ด่านต่อไปนี่แหละถือว่าเป็นของแข็ง ของจริง เพราะคู่ชกของ ฉัตร์ชัยเดชา ได้แก่ ลาซาโร อัลวาเรซ นักมวยชาวคิวบา มือวางอันดับ 3 ของรุ่นนี้
 
    แฟนกีฬาชาวไทยก็คงต้องส่งแรงเชียร์ แรงใจ ไปให้กับ อีกก้าวเดียวถึงฝัน ของ ฉัตร์ชัยเดชา บุตรดี ฝ่าด่านสำคัญนี้ เพื่อการันตีเหรียญทองแดงให้พี่น้องชาวไทยได้มีความสุข และเพื่อให้ ฉัตร์ชัยเดชา ได้ฝันเป็นจริงเสียที ก่อนจะแขวนนวมอย่างเป็นทางการ หลังจบ โตเกียว เกมส์ ครั้งนี้

 


ติดตามทุกข่าวสารวงการมวยได้ที่นี่ www.muayded789.com

Facebook page : มวยเด็ด789

Youtube Channel : มวยเด็ด789

 

 

สุดาพร สีสอนดี – นักชกไทยที่ฝากความหวังลุ้นเหรียญได้ 

สุดาพร สีสอนดี – นักชกไทยที่ฝากความหวังลุ้นเหรียญได้ 


    โชว์ฟอร์มเปิดตัวการแข่งขันรอบแรก โอลิมปิก เกมส์ 2020 ได้เฉียบ สมกับเป็นความหวังทีมมวยสากลสมัครเล่น ทีมชาติไทย ชุดนี้เลยทีเดียวสำหรับ “น้องแต้ว” สุดาพร สีสอนดี กำปั้นมวยหญิงวัยย่าง 30 ปี 
 
    โดยแมตช์นี้ สุดาพร อาศัยชั้นเชิงที่เหนือกว่า ไล่สอนมวย มาเรีย โฆเซ่ ปาลาซิออส เอสปิโนซ่า นักชกจากประเทศเอกวาดอร์ไปแบบขาดลอย 5-0 เสียง

    สุดาพร ถือเป็นนักมวยหญิงที่ผ่านการรับทีมชาติไทยมาอย่างยาวนาน พร้อมกับฝากผลงานอันยอดเยี่ยมมากมาย อาทิ เหรียญเงินศึกชิงแชมป์โลก ปี 2018, เหรียญทองแดงศึกชิงแชมป์โลก ปี 2014, เหรียญเงินเอเชี่ยนเกมส์ ปี 2018

 
    ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา สุดาพร พัฒนาฝีมือตัวเองขึ้นมาโดดเด่น กลายเป็นมวยที่ต่อยฉลาด หลักเหลี่ยมไอคิวดี รูปร่างอาจไม่สูงมากแต่ชดเชยด้วยความแข็งแกร่งบึกบึ้นไม่แพ้ผู้ชายเลยทีเดียว
 
    โดยในรุ่น 60 กิโลกรัมหญิง ของศึกโอลิมปิก เกมส์ ครั้งนี้ แม้ สุดาพร จะไม่ได้ถูกจัดอันดับเป็นมือวาง 4 อันดับแรก แต่ในเวตนี้เธอก็พร้อมเจอกับทุกคน ไม่ได้หวั่นใครเป็นพิเศษอยู่แล้ว 

 
    สำหรับคู่ชกคนต่อไปของ สุดาพร ได้แก่ บาอัตห์ สิมรานจิต กาอูร์ นักชกชาวอินเดีย มือวางอันดับ 4 ในรุ่นนี้ ที่มีดีกรีเป็นอันดับ ศึกชิงแชมป์โลก ปี 2018 (ปีเดียวกับที่ สุดาพร ได้อันดับ 2) และเคยเป็นรองแชมป์เอเชีย ในปี 2019
 
    โดยรายการล่าสุดก่อนมาแข่งโอลิมปิก บาอัตห์ นั่นคือศึกชิงแชมป์เอเชีย 2021 ผลปรากฏว่า บาอัตห์ ทะลุเข้าไปถึงรอบ 4 คนสุดท้าย ก่อนคว้าเหรียญทองแดงมาครองได้สำเร็จ 
 
    ดังนั้นนี่จึงถือเป็นอีกหนึ่งแมตช์ที่ไม่ง่ายเลยสำหรับ สุดาพร แต่เชื่อว่าเกรดมวยของทั้งสองคน คงไม่ได้หนีกันมากเท่าไหร่ ? เพราะในเวตเดียวกัน หากเจอกับมวยเอเชียด้วยกัน เชื่อว่า สุดาพร ไม่เป็นสองรองใคร สามารถสู้ได้
 
    ส่วนจะชนะหรือแพ้ คงต้องไปวัดกันบนเวทีว่า สุดาพร จะโชว์ฟอร์มได้หรู สมกับที่ถูกตั้งความหวังหรือไม่ ? ต้องรอติดตามกันในวันที่ 30 ก.ค. เวลา 09.48น. (ตามเวลาประเทศไทย)

 


ติดตามทุกข่าวสารวงการมวยได้ที่นี่ www.muayded789.com

Facebook page : มวยเด็ด789

Youtube Channel : มวยเด็ด789

 

ศึกจ้าวมวยไทยงดการแข่งขัน

ศึกจ้าวมวยไทยงดการแข่งขัน

หลังจาก “เสี่ยหมู” ธรรมนูญ หอประเสริฐกิจ รองนายสนามอ้อมน้อย เดินทางดูความพร้อมสถานที่ในการถ่ายทอดสดและจัดการแข่งชกมวย ศึกจ้าวมวยไทย ที่เวทีมวยส.สละชีพ จ.ลพบุรี โดยจะ เริ่มนัดแรก 31 กรกฎาคมนี้ แต่เนื่องด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งยังไม่สามารถควบคุมได้ ทางรายการ ศึกจ้าวมวยไทย ถึงของดการแข่งขันและถ่ายทอดสด จนกว่าสถานการณ์จะกลับมาปกติ

ตะวันฉาย ปะทะ สิทธิชัย กติกามวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต | ข่าวเด็ด789 วันที่ 27/07/64 | มวยเด็ด789

ตะวันฉาย ปะทะ สิทธิชัย กติกามวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต | ข่าวเด็ด789 วันที่ 27/07/64 | มวยเด็ด789

    

ดวลมือ 2 ของโลก! ส่งแรงใจ เชียร์  “ใบสน มณีก้อน” กำปั้นสาวน้อยกาฬสินธุ์ 

ดวลมือ 2 ของโลก! ส่งแรงใจ เชียร์  “ใบสน มณีก้อน” สาวน้อยกาฬสินธุ์


    พลพรรคขุนพลเสื้อกล้ามทีมชาติไทย ต่างทำผลงานในรอบแรกได้อย่างยอดเยี่ยม โดย 3 คนแรกตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้ทั้งหมด ไล่มาตั้งแต่ ใบสน มณีก้อน, ฉัตร์ชัยเดชา บุตรดี และ จุฑามาศ จิตรพงศ์ ส่วนอีกรายยังต้องลุ้น สุดาพร สีสอนดี ที่ชกรอบแรกในช่วงสาย วันอังคารนี้  
 
    ซึ่งหนึ่งในนักมวยที่คนไทยค่อนข้างให้ความสนใจไม่น้อยก็คือ “ใบสน มณีก้อน” หรือน้องครีม สาวน้อยวัย 19 ปี ลูกหลานชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่เพิ่งเข้าร่วมโอลิมปิก เป็นครั้งแรกในชีวิต
 
    ใบสน ในอดีตเคยต่อยมวยไทยมาก่อน โดยใช้ชื่อว่า มังกรขาว ผลไม้ปลากัดยิมส์ เธอมีคุณพ่อบรรจง มณีก้อน เป็นหัวหน้าคณะและครูสอนวิชาหมัดมวยให้เป็นคนแรก 
 
    ผลงานในการชกมวยไทยของ ใบสน ก็ถือว่าไม่ธรรมดา เป็นนักมวยหญิงดาวรุ่งที่น่าจับตามองเลยทีเดียว ถึงขนาดถูกทาบทามให้ต่อยในรายการไทยไฟต์มาแล้ว และการชกในไทยไฟต์ ทำให้ สมชาย พูลสวัสดิ์ ประธานเทคนิคมวยสากลสมัครเล่นทีมชาติไทย มองเห็นแวว จึงชักชวนให้เบนเข็มมาต่อย มวยสากลกับทีมชาติ

 
    ในระดับเยาวชน ใบสน เคยได้อันดับ 9 การแข่งขัน มวยสากลสมัครเล่นเยาวชนชิงแชมป์โลก ในปี 2019 ก่อนจะถูกดันสู่ทีมชาติไทยชุดใหญ่ และลงแข่งขันรอบคัดตั๋วโอลิมปิก เกมส์ ก่อนจะคว้าโควต้ามาได้ 

 
    ผลการจับสลาก ไฟต์แรกใน โตเกียว เกมส์ 2020 ใบสน ดวลกำปั้นกับ ดัลกาโตวา ซาดัต นักมวยประสบการณ์สูงชาวรัสเซีย ในรุ่น 69 กิโลกรัม 
 
    ซึ่ง ใบสน ก็สร้างเซอร์ไพรส์ เพราะขึ้นเวทีไป สรีระของเธอไม่เสียเปรียบชาวต่างชาติเลย เป็นมวยหญิงที่ออกหมัดหน้าได้ดี ต่อยได้น้ำหนักดี แถมดูเป็นนักชกใจสู้ จนในที่สุด ใบสน ก็ฝ่าด่านรอบแรกได้รับการชูมือ 

 
    โดยคู่แข่งคนต่อไปในรอบ 16 คนสุดท้ายของ ใบสน ถือว่าเป็นศึกหนักเลย เพราะเธอต้องมาเจอกับ กู่ ฮง นักมวยหญิงชาวจีน ดีกรีมือวางอันดับ 2 ของโลก ที่เป็นตัวเต็งของรุ่นนี้
 
    เกียรติประวัติที่ผ่านมา กู่ ฮง เคยเป็นแชมป์เอเชีย 2 สมัย, และเป็นรองแชมป์โลกถึง 2 ครั้ง เรียกว่าดีกรีของเธอนั้นไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ข้อเดียวที่ ใบสน ดูได้เปรียบนักชกรายนี้ ก็คืออายุ เพราะกู่ ฮง ปัจจุบันอายุ 33 ปีแล้ว แก่กว่า ใบสน ถึง 14 ปี 
 
    ถ้าใบสนเดินบดเบียดทำให้ กู่ ฮง ยุบได้ อะไรก็เกิดขึ้นเหมือนกัน ดังนั้นวันอังคารนี้ อย่าพลาดชม ใบสน มณีก้อน ขึ้นสังเวียนทำนัดใหญ่เจอกับ นักมวยมือ 2 ของโลก ในเวลา เวลา 18.27 น. (เวลาไทย)

 


ติดตามทุกข่าวสารวงการมวยได้ที่นี่ www.muayded789.com

Facebook page : มวยเด็ด789

Youtube Channel : มวยเด็ด789