ปราบพิภพ-ฉลามเสือ ชิงปูนเสือ14 ก.พ.

ปราบพิภพ-ฉลามเสือ ชิงปูนเสือ14 ก.พ.

จมร เลขะกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทวันโอโฟร์ บิซิเนสแอนด์รีครีเอชั่น จำกัด ซึ่งดูแลจัดการแข่งขันมวยรอบปูนเสือที่เวทีมวยช่อง7สี ออกโรงยืนยันคู่ชิงชนะเลิศมวยรอบปูนเสือครั้งที่ 20 ระหว่าง ปราบพิภพ เอราวัณ กับ ฉลามเสือ นายกเอท่าศาลา ลงล็อควันอาทิตย์ที่14 ก.พ.2564 นี้อย่างแน่นอน เนื่องจากเช็คสภาพการฟิตซ้อมของนักมวยทั้งคู่แล้ว มีการเตรียมตัวฟิตซ้อมอยู่ตลอดจึงไม่น่ามีปัญหาแต่อย่างใดแฟนรอติดตามกันได้

เลื่อนจัดไม่ใช่ทางออก ! “วงการมวยไทย” กับการก้าวผ่านมรสุมลูกที่ 2

เลื่อนจัดไม่ใช่ทางออก ! “วงการมวยไทย” กับการก้าวผ่านมรสุมลูกที่ 2


    พายุลูกใหญ่กำลังพ้นผ่าน “วงการมวยไทยอาชีพ” ไปอีกระลอก หลังจากรอบ 1 ปีที่ผ่านมา มวยไทย ถูกสั่งห้ามจัดถึง 2 ครั้งกินระยะเวลารวมกันกว่า 5 เดือน 

    งวดแรก โควิด-19 ระบาดหนัก จนโดนคำสั่งเบรกยาวตั้งแต่เดือนมีนาคม ถึงปลายเดือนมิถุนายน 2563 ทำเอานักมวยตกงานไม่มีรายการต่อย บางรายถอดใจเลิกชกไปทำมาหากินอาชีพอื่น ที่มั่นคงกว่า

    พอทุกอย่างกำลังเข้าที่เข้าทาง มวยตู้ทีวี, มวยออนไลน์ กำลังเรตติ้งดีวันดีคืน คำสั่งเบรกไม่มีกำหนด งวดสองก็ตามมาส่งท้ายปี 2563 หลังพบการระบาดใหญ่ที่ จังหวัดสมุทรสาคร คราวนี้ทำเอานักมวยแทบหมดกำลังใจ จากเดิมที่ได้ค่าตัวลดลงมาครึ่งหนึ่ง ฝึกซ้อมเหนื่อยยากแสนเข็ญ สุดท้ายอดชกอีกรอบ เพราะเจอคำสั่งห้ามจัด 
 
    ในโชคร้ายยังมีโชคดี เพราะคราวนี้ ศบค.(ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19) ได้อนุญาตให้ เวทีมวย สามารถจัดการแข่งขันแบบระบบปิด ไม่มีผู้ชมเข้าสนามได้ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นไป 

    เบื้องต้นตอนนี้มีการยืนยันแล้วว่า ศึกจ้าวมวยไทย และศึกมวยไทย 7 สี ได้คลอดโปรแกรมนัดแรกออกมาแล้ว ในวันอาทิตย์ที่ 7 ก.พ. และวันเสาร์ที่ 13 ก.พ.

    ถือเป็นข่าวดี แต่ยังไม่ใช่ข่าวดีที่สุด เนื่องจากไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่า สถานการณ์ในอนาคตจะเป็นอย่างไร ? ถ้ามีการระบาดหลักพันคนต่อวันอีก มวยไทยอาชีพ และกีฬาอื่นๆ จะถูกสั่งเบรกอีกไหม ? 
 
    ทั้งที่ความจริงการสั่งปิดสนามมวย ห้ามจัดแข่งขัน โดยหวังจ่ายเงินเยียวยาจากงบประมาณรัฐ ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ตรงจุดสักเท่าไหร่ ?

    ถ้ามองตามบริบทความเป็นจริง “มวยไทยอาชีพ” เป็นกีฬาที่ใช้คนเกี่ยวข้องในเวทีน้อยมาก แค่พี่เลี้ยงไม่กี่คน, กรรมการให้คะแนน, ผู้ตัดสิน, ผู้ควบคุมการแข่งขัน, นักมวย อาจรวมถึงทีมงานถ่ายทอดสด ถ้าทุกคนที่ได้รับอนุญาตให้เข้าสนาม ยกเว้นนักมวยตอนขึ้นเวที สวมหน้ากากอนามัย เฟซชิลด์ โอกาสติดเชื้อแทบเป็น 0 เลย

    รวมถึงมาตรการป้องกันอื่น ๆ เช่น การสร้างที่กั้นนักมวยแยกจากกันชัดเจน กำหนดทางเดินระหว่างเปลี่ยนคู่, การจำกัดจำนวนสื่อมวลชนเข้าสนาม, การลงมือตรวจโควิด-19 อย่างละเอียด ตั้งแต่ก่อนชก วันชก และการกักตัวหลังชกเพื่อเฝ้าดูอาการ ถ้าหากทำได้ทั้งหมดความเสี่ยงจะเกิดระบาดมีน้อยถึงน้อยมาก  

    เพราะ “นักมวย” มีความแตกต่างจากกับนักกีฬาหลายอาชีพ เนื่องจากส่วนมาก ต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในค่าย ยิ่งช่วงมีรายการเก็บตัว แทบไม่ได้ออกไปไหน โอกาสในการไปรับเชื้อจากภายนอกมีน้อยเข้าไปอีก 

    แถมนักมวยเวลามีรายการ สภาพร่างกายแข็งแรงอยู่แล้ว ดูได้จากตอนที่มีการระบาดใหญ่ในเวทีมวยลุมพินี แม้แต่โฆษกกรรมการบนเวทียังติดเชื้อ แต่นักมวยทุกคนปลอดภัย ไร้โควิด-19 จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่เคยได้ยินข่าวเลยว่า มีนักมวยไทยติดโควิด-19 

    แต่การเบรกไม่ให้จัดทุกครั้ง เมื่อมีการระบาดหลัก หลายร้อยถึงพันคนต่อวัน นั้นเป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบอย่างมากต่อวงจรกีฬาอาชีพ เพราะนักมวยไทยไม่สามารถวางแผนอนาคตได้เลย กลายเป็นอาชีพที่ไม่มีความแน่นอน และบางทีเราอาจสูญเสียทรัพยากรนักกีฬามีความสามารถไป เหมือนอย่างที่ รุ้งนารายณ์ เกียรติหมู่ 9 ตัดสินใจเลิกชกมวยไปทำงานเป็นครูมวยในสิงคโปร์แทน เพราะได้รับผลกระทบจากการระบาดรอบสอง 

    บางที ไทยเราน่าจะดูแบบ หลายประเทศในโลกที่ยังจัดแข่งขันกีฬาอยู่ เช่น อเมริกา ที่จัด NFL, NBA ฝั่งยุโรปที่จัดฟุตบอลลีก ชาติเหล่านี้ล้วนมียอดผู้เชื้อต่อวัน และยอดรวมสะสมสูงกว่าไทยมากมาย 

    แต่เหตุผลที่ประเทศเหล่านั้น อนุญาตให้การแข่งขันกีฬาอาชีพ เดินหน้าต่อไปได้ แม้ไม่มีคนดูในสนาม เพราะทุกชาติตระหนักดีถึงความสำคัญของการจัดกีฬาต่อไป และมองเห็นว่า การสั่งหยุดจัดกีฬา หรือ เลื่อนจัดไม่ใช่ทางออก ในการแก้ไขปัญหาของวงการกีฬา แต่ทางออกคือ การอนุญาตการแข่งขันสามารถจัดได้แบบระบบปิด โดยใช้มาตรการป้องกันอย่างเข้มข้น จริงจัง 

    ซึ่งมวยไทยอาชีพ ถ้าจัดในระบบปิดไม่อนุญาตให้คนดูและบุคคลภายนอกเข้า เมื่อเทียบกับหลาย ๆ ลีกกีฬาระดับโลก มวยไทย เราใช้ทรัพยากรบุคคลต่อนัด น้อยกว่ามาก และขนาดสนามก็ไม่ได้ใหญ่ สามารถป้องกันดูแลสอดส่องควบคุมได้ง่ายกว่า 

    ดังนั้นแทบไม่มีเหตุผลเลยที่ต้องปิดห้ามจัดมวยไทยทุกรอบ ที่พบการระบาดในระดับประเทศ ปล่อยให้มวยไทยได้จัดต่อไปแบบไม่ต้องให้คนนอกเข้าสนาม มีการตรวจตราที่เข้มข้มก็ยังดีกว่า สั่งหยุดไปเลย เพราะอย่างน้อยก็ยังถ่ายทอดสดได้ ไม่กระทบกับสปอนเซอร์ นักมวยก็ยังมีรายได้เลี้ยงดูครอบครัว

 


ติดตามทุกข่าวสารวงการมวยได้ที่นี่ www.muayded789.com

Facebook page : มวยเด็ด789

Youtube Channel : มวยเด็ด789

 

 

 

R.I.P. แทนคุณ ศิษย์เซียนชาติ | ข่าวเด็ด789 วันที่ 29/01/64 | มวยเด็ด789

R.I.P. แทนคุณ ศิษย์เซียนชาติ | ข่าวเด็ด789 วันที่ 29/01/64 | มวยเด็ด789

    

“ไอ้หมัดค้อนปอนด์ “จอมโหด เสริมพรวิวัฒน์” โก๋แก่วิก 7 สี | 789Story [Ep.36] – มวยเด็ด789

“ไอ้หมัดค้อนปอนด์ “จอมโหด เสริมพรวิวัฒน์” โก๋แก่วิก 7 สี | 789Story [Ep.36] – มวยเด็ด789

    

เจาะลึก “พระจันทร์ฉาย-รถถัง” คู่มวย 2 รุม 1 ยุคใหม่ เป็นได้แค่ไหน ? 

เจาะลึก “พระจันทร์ฉาย-รถถัง” คู่มวย 2 รุม 1 ยุคใหม่เป็นได้แค่ไหน ? 


    หลังจากเมื่อวานเราเขียนถึง คู่มวย 2 รุม 1 ในตำนานระหว่าง แสนชัย ส.คิงสตาร์ (พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม) กับ เพชรบุญชู เอฟ.เอ.กรุ๊ป + สะเก็ดดาว เพชรพญาไท วันนี้มวยเด็ด 789 จะมาวิเคราะห์ถึงโอกาสความเป็นไปได้ ที่จะเกิดคู่มวยลักษณะนี้ ในยุคสมัยใหม่ ? 

    แน่นอนว่า พระจันทร์ฉาย คลองสวนพลูรีสอร์ท กับ รถถัง จิตรเมืองนนท์ ต่างจัดเป็นยอดนักชกแถวหน้าของเมืองไทยในยุคนี้ รายแรกถือเป็นเบอร์ 1 ในเวตน้ำหนักตัวเอง ส่วนอีกรายมีดีกรีเป็นถึงแชมป์โลก มวยไทย ONE Championship มีค่าตัวทะลุหลักล้านบาท

    ทั้งคู่มีความต้องการที่เหมือนกัน คือ อยากสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้ตัวเอง ด้วยการสานต่อตำนานคู่มวย 2 รุม 1 แบบ “โคตรมวยสารคาม” แสนชัย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม 
 
    โดย พระจันทร์ฉาย นั้นได้ส่งสารว่าอยากสังเวียนแบบชก 2 รุม 1 กับสองฝาแฝดจากค่าย ศิษย์เชฟบุญธรรม อย่าง “เสาเอก-เสาโท” 

    ส่วน  “รถถัง จิตรเมืองนนท์” ช่วงปลายปีที่แล้ว ทางซ้อเอ๋ ได้มีการวางแผนเตรียมประกบคู่ให้เจอ 2 นักชกอย่าง ช่อฟ้า ท.แสงเทียนน้อย กับ ยอดขุนทัพ ส.ก.สุไหงยิมส์ แต่มาเจอโควิด-19 ช่วงต้นปีเล่นงาน ทำให้แผนการดังกล่าวต้องเลื่อนออกไป

     หากวิเคราะห์ในมุมสื่อ ทั้งสองคนเก่งจริง แต่ยังไม่น่าจัดมวย 2 รุม 1 ในเวลานี้ ด้วยเหตุผลที่อาจแตกต่างกันออกไป 
 
    ประการแรก บรรยากาศของคนมวยยังไม่เรียกร้องอยากดูมวยแบบ 2-1 สักเท่าไหร่ ต่างจากตอนที่ แสนชัย ประกบคู่ออกมา ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่า เหมาะสม น่าดู เพราะ แสนชัยก็จัดจ้านไม่แพ้ใครมาเป็น 10 ไฟต์ บางแมตช์ต่อถึง 3 ปอนด์ 

    ถ้าย้อนดูสถิติล่าสุดของ พระจันทร์ฉาย ก็เพิ่งจะแก้มือคืนจาก คมเพชร ศิษย์สารวัตรเสือ ได้ไม่นาน ส่วน รถถัง ก็เคยสะดุดแพ้ ก้าวหน้า สจ.โต้งปราจีน เมื่อ 4 ไฟต์ก่อน และเท่าที่ดูจากคอมเมนท์ ค่อนข้างอยากให้ พระจันทร์ฉาย และ รถถัง ต่อยแบบ 1-1 มากกว่า หากคู่ชกเป็นรอง ก็อยากให้ต่อน้ำหนักกมากกว่าให้เจอแบบ 2-1 
 
    ประการที่ต่อมา พระจันทร์ฉาย จัดจ้านจริงในเวตน้ำหนักตัวเอง ปาดหัวตัวเท่าแบบไม่ต่อน้ำหนัก หาตัวชกยากมาก แต่การที่จะหาคู่มาต่อยแบบ 2 รุม 1 ด้วย คงเป็นเรื่องที่ทำไม่ง่าย 
 
    อย่างกรณีของ เสาเอก-เสาโท ทางฝั่งทีมงานเชฟบุญธรรม ก็อยากให้ชกแบบ 1-1 กับเสาเอกคนเดียวมากกว่า ขอแค่ต่อน้ำหนักสัก 1-2 ปอนด์ ก็พอ

    เพราะว่ามวยแบบ 2 รุม 1 หากวิเคราะห์ตามตรงก็ต้องบอกว่า นักชกที่อยู่ฝั่ง 2 คน ไม่ค่อยได้ประโยชน์จากไฟต์ลักษณะนี้ ถ้าแพ้มาก็โดนซ้ำเติม โดนดูถูกว่า ขนาดสองคนรุมยังไม่ชนะเลย ถ้าชนะก็โดนตั้งแง่ เจอข้อครหาว่า ชนะเพราะได้เปรียบเรื่องพละกำลัง ชกคนละไม่กี่ยก เล่นงานนักมวยคนเดียว 2 ยก 

    ตรงข้ามกับนักมวยที่อยู่ฝั่งคนเดียว แล้วให้สองคนมารุม ถ้าแพ้ชื่อเสียงก็ไม่เสียหายมากมาย แต่หากชนะ ชื่อเสียงจะโด่งดังขึ้นไปอีกเกรดหนึ่งเลย ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องดูด้วยว่าฝั่ง 2 คนที่มารุม ดีกรีมวยขนาดไหน ?
 
    อย่างตอนที่ แสนชัย ต่อย คู่ชกของเขาคือ สะเก็ดดาว และ เพชรบุญชู ซึ่งเป็นมวยเอกของสองศึก ชัยชนะของแสนชัยแบบ 2 รุม 1 ของโคตรมวยสารคาม จึงส่งเสริมให้เขาดังเปรี้ยงปร้างขึ้นไปอีกขั้น

    ประการสุดท้าย คู่มวย 2 รุม 1 ในยุคใหม่ มีโอกาสเป็นไปได้ ถ้าดีลลงตัว! เพราะมองในมุมการทำธุรกิจ ไฟต์แบบนี้ย่อมเรียกกระแสได้ดีกว่าแมตช์ทั่วไป เหมือนอย่างที่ซ้อเอ๋ จิตรเมืองนนท์ เคยเอ่ยปากว่าอยากปลุกความคึกคักให้กับวงการมวย ด้วยการจับ รถถัง เจอกับ ช่อฟ้า + ยอดขุนทัพ แบบ 2 รุม 1 

    ซึ่ง รถถัง เองก็มีสิทธิ์สูงที่ได้ชกไฟต์ลักษณะนี้ เพราะทางค่ายพร้อมผลักดันให้สร้างตำนานบทใหม่ แต่ในอีกมุมหนึ่ง เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ในวงการมวยไทยเวลานี้ น่าจะอยากดู รถถัง กับ ซุปเปอร์เล็ก เกียรติหมู่ 9 ที่ยังไม่เคยเจอกัน เพื่อหาคำตอบว่าใครคือเบอร์ 1 ของเวตนี้ตัวจริง

    ถ้า รถถัง ผ่านซุปเปอร์เล็กมาได้แบบหมดจด และไฟต์ต่อจากนี้ สามารถต่อน้ำหนัก ปีนเวตขึ้นชนะนักมวยเกรดเอได้อีกหลายไฟต์ จนกลายเป็นนักมวยไร้เทียมทานแบบเดียวกับ แสนชัย ถึงตอนนั้นเชื่อว่า น่าเป็นเวลาที่เหมาะสมกว่า ที่จะดัน รถถัง ขึ้นชกแบบ 2 รุม 1 เพราะถือว่าได้พิสูจน์แล้วว่าในเวตตัวเองปราบมาหมด 

    ดังนั้นประตูของคู่มวยแบบ 2 รุม 1 ยุคใหม่ จึงยังเปิดและมีโอกาสเป็นไปได้ ส่วนจะจัดออกมาแล้วแฟนมวยจะยอมรับ และมองว่าเหมาะสมแค่ไหน ?  ก็ต้องขึ้นอยู่กับหลายองค์ประกอบ ทั้ง วิจารณญาณของโปรโมเตอร์ บารมีของนักมวย และคู่ชกของเขาว่าสมน้ำสมเนื้อ จัดแล้วได้เสีย ทุกฝ่ายโอเคแฮปปี้หรือเปล่า ?

 


ติดตามทุกข่าวสารวงการมวยได้ที่นี่ www.muayded789.com

Facebook page : มวยเด็ด789

Youtube Channel : มวยเด็ด789

 

 

 

ทางคู่ขนาน! “กัปปิตัน-น้องโอ๋” สองแชมป์โลกที่อาจไม่ได้เจอกัน

ทางคู่ขนาน! “กัปปิตัน-น้องโอ๋” สองแชมป์โลกที่อาจไม่ได้เจอกัน


    ขึ้นชื่อว่าเป็นนักมวยอาชีพ ย่อมต้องชกให้ได้ทุกรูปแบบ เจอได้ทุกคน ไม่มีเกี่ยงงอน ยิ่งเป็นคู่ชกที่ปาดหัวตัวเท่า เวตพิกัดน้ำหนัก บารมีมวยได้กัน หากคิดจะก้าวขึ้นไปเป็นเบอร์ 1 ของรุ่น ยังไงก็ต้องเดินหน้าชนเท่านั้น ไม่ใช่ถอยหนี

    แต่บางครั้งกีฬาหมัดมวยมันก็มากกว่าแค่ผลแพ้-ชนะ, ใครเก่งกว่าใคร ? อย่างในรายของ กัปปิตัน เพชรยินดีอะคาเดมี กับ น้องโอ๋ ไก่ย่างห้าดาวยิม สองแชมป์โลกรุ่นแบนตัมเวต 145 ปอนด์ของ ONE Championship ที่แฟนมวยหลายคน อยากเห็นทั้งคู่เจอกันแบบ แชมป์ล้มแชมป์ แต่โอกาสที่ไฟต์นี้จะเกิดขึ้นไม่ง่ายเลย
 
    น้องโอ๋ วัย 34 ปี ในอดีตก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็น แชมป์โลกมวยไทย ONE Championship เขาเคยอยู่ค่ายเพชรยินดีมาก่อน แม้เป็นคนละช่วงเวลากัน เพราตอนนั้น กัปปิตัน ยังใช้ชื่อว่า ดีเซลเล็ก อู๊ดดอนเมือง โดยเพิ่งย้ายมาอยู่เพชรยินดี ได้ประมาณ 1 ปีกว่า

    ส่วนปัจจุบัน น้องโอ๋ ไม่ได้อยู่เพชรยินดีแล้ว เพราะย้ายไปทำงาน และสังกัดอยู่กับทาง Evolve MMA ของสิงคโปร์ แต่การไปในครั้งนั้น ไม่ใช่การขายสิทธิ์นักมวย 

    โดยทาง เพชรยินดี ยินยอมปล่อยให้ น้องโอ๋ ได้ไปกอบโกยเงินทองในช่วงบั้นปลายกับอาชีพให้ได้มากที่สุด เพื่อจะมีโอกาสเจริญเติบโตในหน้าที่การงาน โดยไม่หักเปอร์เซนต์ แม้แต่บาทเดียว 

    ต่อให้วันนี้ น้องโอ๋ จะไม่ได้กินอยู่กับค่ายเพชรยินดีแล้ว แต่เขาก็ยังถูกนับเป็นนส่วนหนึ่งของบ้านหลังนี้ นั่นจึงเป็นสาเหตุหลักที่ “เสี่ยโบ๊ท” ณัฐเดช วชิรรัตนวงศ์ ถึงกับเปิดใจว่า ไม่อยากเห็นสองคนนี้ข้ามสายมาเจอกัน ต่อให้นักมวยทั้งคู่พร้อมเจอกันก็ตาม

    ความจริงถ้าตัดเรื่องความสัมพันธ์ลึกซึ้งนี้ไป และมองถึงความเหมาะสม “กัปปิตัน กับ น้องโอ๋” ถือเป็นคู่ที่น่าดูมาก เนื่องจากหลายอย่างใกล้เคียงกัน ไล่มาตั้งแต่ ภูมิลำเนาที่เป็นคนอีสานตอนบน, ส่วนสูงไล่เลี่ยกันห่างแค่ 2 เซ็นติเมตร, น้ำหนัก, กระดูกประสบการณ์, ความฉลาดไอคิวมวย ลูกจุกจิก มีเหมือนกันทั้งสองคน

    แต่ถ้าวิเคราะห์อีกด้าน โดยไม่ต้องเอาเรื่องความเป็นลูกหม้อเพชรยินดีมาวัด คู่นี้ถ้าไม่เจอกัน ก็ไม่เสียหายเลย 

    อย่างในสายคิกบอกซิ่ง “กัปปิตัน” ในเวตน้ำหนักนี้ เขายังเหลือตัวสู้ชาวต่างชาติอีกเพียบให้รอเจอ ส่วน น้องโอ๋ ในกติกามวยไทย ยิ่งแล้วใหญ่ ยังมีทั้งกุหลาบดำ, ตะวันฉาย, เสมาเพชร, แสงมณี ที่สแตนด์บายอยู่ในรุ่นน้ำหนักนี้  

    ดังนั้นต่อให้เอาแง่ธุรกิจเป็นตัวตั้งต้น เราก็ยังมองว่า ONE คงไม่ได้รู้สึกว่า “จำเป็น” ต้องเอาแชมป์มาล้มแชมป์ เพื่อสร้างไฟต์ที่เรียกเรตติ้งผู้ชม เนื่องจากน้องโอ๋ และกัปปิตัน ประกบเจอใครก็สามารถดึงดูดได้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว 

ขอบคุณภาพจาก : https://www.onefc.com/th/

    แม้ว่่า น้องโอ๋ จะให้สัมภาษณ์ว่า พร้อมเจอ กัปปิตัน หากทางมวยหนีกันไม่พ้น แต่คงเป็นไปได้ยากที่จะเกิดไฟต์ดังกล่าวขึ้นเร็ว ๆ นี้  
 
    ซึ่งเราก็เชื่อเหมือนกันว่า ถ้าไปถาม กัปปิตัน เขาก็พร้อมสู้เช่นกัน พราะตามประวัติในอาชีพนักชก กัปปิตัน หรือ ดีเซลเล็ก เป็นนักสู้ประเภทไม่เคยเลือกคู่ชกอยู่แล้ว ต่อยได้หมด ขอแค่ให้มีรายการ  

    เพียงแต่ช่วงเวลานี้ กัปปิตัน-น้องโอ๋ คงยังไม่มีทางได้เจอกันง่าย ๆ แน่ ทั้งเรื่องความสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างค่ายกับนักมวย 

    รวมถึงทิศทางการสร้างมวยของศึก ONE ก็คงน่าจะวางแผนให้ กัปปิตัน ไปให้สุดวิถีทาง คิกบอกซิ่ง เช่นเดียวกับ น้องโอ๋ ที่พร้อมจัดไฟต์ให้เขาลุยเต็มที่ใน กติกามวยไทย ไม่ใช่รีบร้อนดันให้เจอกัน จนอาจทำคนหนึ่งเข็มขัดแชมป์กระเด็น

 


ติดตามทุกข่าวสารวงการมวยได้ที่นี่ www.muayded789.com

Facebook page : มวยเด็ด789

Youtube Channel : มวยเด็ด789

 

 

 

ย้อนตำนาน คู่ประวัติศาสตร์ 2 รุม 1 “แสนชัย” VS “เพชรบุญชู + สะเก็ดดาว” 

คู่ประวัติศาสตร์ 2 รุม 1 “แสนชัย” VS “เพชรบุญชู + สะเก็ดดาว” 


    กระแสคู่มวยไทย 2 รุม 1 ถูกนำมากลับปัดฝุ่นพูดถึงในวงกว้างอีกครั้ง ตั้งแต่เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา เริ่มจาก รถถัง จิตรเมืองนนท์ ที่มีแผนจะชกกับ ช่อฟ้า ท.แสงเทียนน้อย + ยอดขุนทัพ ส.ก.สุไหงยิมส์ แต่มาเจอโควิด-19 อีกรอบทำให้ต้องเลื่อนไปก่อน 

    และเมื่อเร็ว ๆ นี้ ก็เป็น พระจันทร์ฉาย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม ร่ำร้องอยากชกแบบ 2 รุม 1 กับ สองนักมวยฝาแฝดแห่งค่ายศิษย์เชฟบุญธรรม อย่าง “เสาเอก-เสาโท”

    ความเป็นไปได้ที่คู่มวยลักษณะนี้ ในยุคใหม่ จะเกิดขึ้น มีมากน้อยแค่ไหน ? ติดตามบทความนี้ได้ทางเพจมวยเด็ด 789 ในวันพรุ่งนี้ (ศุกร์ที่ 29 ม.ค.) เราจะมาวิเคราะห์เจาะลึกอย่างรายละเอียด

    แต่ก่อนอื่นในวันนี้ (พฤหัสฯที่ 28 ม.ค.) เราจะพาผู้อ่านทุกท่าน ย้อนความหลัง ไปถึงคู่มวยในตำนาน 2-1 รุม ระหว่าง “โคตรมวยสารคาม” แสนชัย ส.คิงสตาร์ (พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม) เจอกับ  สะเก็ดดาว เพชรพญาไท + เพชรบุญชู เอฟ.เอ.กรุ๊ป เมื่อ 12 ปีก่อน 

    เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในปี 2552 ช่วงเวลานั้น แสนชัย ส.คิงสตาร์ จัดว่าเป็นยอดมวย 2 พ.ศ.แกร่งทั่วแผ่นไร้ตัวสู้ในเวตพิกัดเดียวกัน และได้รับการยอมรับวาเป็นนักมวยที่เก่งสุดแห่งยุค เก็บชัยชนะติดๆกันได้นับ 10 ไฟต์ 

    ประจวบเหมาะกับ ณ ตอนนั้น ทางเวทีมวยลุมพินี และ ราชดำเนิน มีความคิดที่อยากจับมือร่วมกันจัดมวยรายการใหญ่นัดพิเศษ เพื่อนำรายได้สนับสนุนการจัดหาทุนการศึกษาสำหรับกำลังพลที่ได้รับการสูญเสียจากการปฏิบัติหน้าที่  จึงเกิดเป็นศึก  “ลุมพินี-ราชดำเนิน รวมน้ำใจสู่ชายแดนใต้” ขึ้นในวันที่ศุกร์ 3 ก.ค. 2552 

    โดยทั้งสองเวทีได้มีการยกทีมมาเจอกัน ฝั่งเวทีลุมพินีมี "เสี่ยเน้า เพชรยินดี" วิรัตน์ วชิรรัตนวงศ์ เป็นแกนนำ ขณะที่ราชดำเนินมี "บิ๊กซ้ง" ทรงชัย รัตนสุบรรณ เป็นโต้โผใหญ่ ร่วมกันระดมสมองประกบคู่มวย 

    กระทั่งมาปิ๊งไอเดียบรรเจิดที่ประกบคู่แปลกใหม่ คือการเอา 2 นักมวยรุ่นน้องแถวหน้าของเมืองไทย “สะเก็ดดาว เพชรพญาไท” จากสายเกียรติเพชร และ “เพชรบุญชู เอฟ.เอ.กรุ๊ป” จากศึกเพชรยินดี  มาชกแบบ 2 รุม 1 กับ “แสนชัย” ในน้ำหนัก 128 ปอนด์เท่ากัน 

    กติกากำหนด 5 ยก คนแรกชก 3 ยก คนที่ 2 ชก 2 ยก ส่วนคนไหนจะได้ชกก่อน ใช้วิธีการจับสลากหน้าเวทีกันเลยทีเดียว ผลออกมา เพชรบุญชู ได้ชกก่อน 3 ยกแรก ขณะที่ สะเก็ดดาว จะมาเก็บงานในช่วง 2 ยกสุดท้าย

    ณ เวลานั้น แม้ยังไม่มีโซเชียลมีเดียเหมือนปัจจุบัน แต่ก็เป็นคู่มวยที่สร้างกระแสได้เป็นอย่างมาก ขนาดคนไม่ดูมวยก็ยังรู้ข่าวเลยว่า กำลังมีคู่มวย 2 รุม 1 เกิดขึ้นจริง นั่นจึงทำให้บรรยากศวันนั้นที่ เวทีมวยลุมพินี (เดิม) คึกคักและแน่นขนัด

    ยกแรก เพชรบุญชู อาศัยความใหญ่เดินบี้ติดตัวไล่ขย่มด้วยเพลงเข่า ส่วน แสนชัย เน้นป้องกันตัวเป็นหลัก ไม่ได้ตอบโต้มากเท่าไหร่ พยายามคุมแรง หมดยกที่ 1 ราคาอยู่ที่ เพชรบุญชู ต่อ 7/4 

    ยกสอง แสนชัย แก้เกมด้วยการใช้ลูกเหลี่ยม สมองมวยเข้าสู้ แม้รูปร่างจะเล็กกว่าแต่กลับสามารถพลิกหักล้ม เพชรบุญชู ที่ตัวใหญ่กว่าได้ เริ่มมีแข้งซ้ายให้เห็น หมดยก ราคาพลิกกลับมาเป็น แสนชัย ต่อ 5/4 

    ยกสาม แข้งซ้ายของ แสนชัย เริ่มติดเครื่อง เขาเตะด้วยความมั่นใจเล่นงาน เพชรบุญชู เป็นชุด ทำให้ผ่านครึ่งทาง ราคาไหลไปที่ แสนชัย ต่อ 3/1 ถือเป็นงานหนักของ สะเก็ดดาว ที่ต้องมากู้สถานการณ์ใน 2 ยกสุดท้าย

    ปล่อยตัวยก 4 สะเก็ดดาว ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม เดินต่อยหมัดเสียบเข่า พยายามใช้ความสดเล่นงาน แสนชัย แม้จะโดนไปพอสมควร แต่โคตรมวยสารคาม ก็ยังอาศัยความเก๋า คอยหลบหลีกอาวุธ และโต้คืนสวย ๆ หมด 4 ยก ราคา แสนชัย ลดมาเหลือต่อ 3/2 

    ยกสุดท้าย สะเก็ดดาว ยังคงตื๊อไม่เลิก พยายามไล่บี้ แสนชัย แต่ไม่จนกระดาน เพราะแสนชัย ใช้ลูกถีบทำลายจังหวะ และความพริ้วไหวคอยหลบหลีก คุมรูปมวย ทำเอา สะเก็ดดาว ในยกนี้ทำอะไรไม่ได้ถนัด ไม่ค่อยได้น้ำได้เนื้อเท่าไหร่ 

    หมดเสียงระฆังยกสุดท้าย แสนชัย ถึงกับลงไปนั่งเป่าปาก บ่งบอกได้ชัดว่า ไฟต์นี้เขาใช้แรงไปเยอะมาก ในการเจอกับ เพชรบุญชู กับ สะเก็ดดาว กรรมการรวบรวมใบคะแนน ก่อนชูมือให้ แสนชัย เป็นฝ่ายชนะคะแนนไป 
 
    ถือเป็นไฟต์ 2 รุม 1 ที่สนุกสุดมันส์ และเป็น คู่ประวัติศาสตร์ 2 รุม 1ที่ต้องจำรึกไว้ว่าครั้งหนึ่ง “โคตรมวยสารคาม” อย่าง แสนชัย รวมถึง เพชรบุญชู กับ สะเก็ดดาว ก็เคยร่วมกันสร้างไฟต์ในตำนานนี้ ไว้ให้ลูกหลานได้เล่าขานสืบต่อไป

 


ติดตามทุกข่าวสารวงการมวยได้ที่นี่ www.muayded789.com

Facebook page : มวยเด็ด789

Youtube Channel : มวยเด็ด789

 

 

 

เสี่ยโบ๊ทไม่ขัดพร้อมส่งเสริมไปเป็นครูมวย | ข่าวเด็ด789 วันที่ 27/01/64 | มวยเด็ด789

เสี่ยโบ๊ทไม่ขัดพร้อมส่งเสริมไปเป็นครูมวย | ข่าวเด็ด789 วันที่ 27/01/64 | มวยเด็ด789

    

ทรงชกถูกตลาด! 10 นักมวยไทยที่น่าผลักดัน สู่ ONE Championship 

ทรงชกถูกตลาด! 10 นักมวยไทยที่น่าผลักดัน สู่ ONE Championship 


    ต้องยอมรับว่า ONE Championship เป็นองค์กรการต่อสู้ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตนักมวยไทยมานักต่อนัก เพราะเป็นศึกที่ให้ค่าตอบแทนในเรตที่ไม่สามารถหาได้ในเวทีกำปั้นบ้านเรา 
 
    อย่างกรณีล่าสุด  “กัปปิตัน เพชรยินดีอะคาเดมี” ที่ชกคิกบอกซิ่งใน ONE เพียงแค่ 2 ไฟต์ ก็สามารถอัพค่าตัวจากไฟต์ละ 26,000 บาท (ตอนก่อนมาอยู่ค่ายเพชรยินดี) กลายมาเป็น แชมป์โลกค่าตัวหลักล้านบาทต่อไฟต์
 
    อีกทั้งเส้นทางใน ONE Championship ของกัปปิตันสดใสมาก เพราะเขาเป็นนักมวยที่ทรงชกถูกตลาด เข้ากับรูปแบบของ ONE ที่เน้นจัดไฟต์เพื่อความบันเทิง ดังนั้นนักมวยที่พวกเขาจะเซ็นสัญญาด้วย ต้องชกสนุก ออกอาวุธจัดจ้าน และมีคาแรกเตอร์จุดขายของตัวเอง พวกประเภทจอมถอยหลังข้างเชือก โอกาสเกิดใน ONE ค่อนข้างยากหน่อย 
 
    หากสำรวจตลาดนักมวยไทยตอนนี้ ยังมีใครเหลืออยู่บ้าง ที่ไม่ได้จอยศึกแห่งนี้ แต่มีสไตล์ทรงมวยเหมาะกับ ONE Championship มวยเด็ด 789 ขอลิสต์มา 10 นักมวยไทยที่น่าผลักดัน มาฝาก แฟนหมัดมวยมีความคิดเห็นอย่างไร หรืออยากเห็นใครต่อยใน ONE คอมเมนท์เข้ามาแลกเปลี่ยนกันได้ 

    1. เสกสรร อ.ขวัญเมือง – คงไม่ต้องสารยายถึงความเหมาะสมว่า ทำไมนักชกฉายา “คนไม่ยอมคน” และ เจ้าของรางวัลคู่มวยเดือดแห่งปี 2563 ของมวยเด็ด 789 ถึงควรถูกนำมาต่อย ONE Championship เพราะเขาเป็นนักสู้ที่หัวใจเกินร้อย บ้า ดี เดือด ชกสนุก ถ้าได้ชก 3 ยก เชื่อว่าบังสรร น่าจะทำให้แฟนมวยทั่วโลกประทับใจได้อย่างแน่นอน 

    2. พระจันทร์ฉาย คลองสวนพลูรีสอร์ท – ถึงแม้จะเป็นมวยจังหวะฝีมือ แต่พระจันทร์ฉาย มีจุดเด่นคือการออกอาวุธที่ฉายเป็นชุด น่าจะสร้างความตื่นตาตื่นใจให้ผู้ชมได้ไม่น้อย ชั้นเชิงความสามารถในด้านหมัดมวก็ครบเครื่อง มีทั้งสเต็ปมวยสากล และมวยไทย ไอคิวสมองมวยเหลือรับประทาน 

     3. แพรวพราว มวยเด็ด 789 – “เจ้าปลาคราฟมรณะ” ดาวบู๊ขวัญใจมวยตู้ช่อง True4U สร้างชื่อจากสไตล์การชกที่ดุดัน ประเภทคนหัวใจเหล็ก เดินหน้าบุกเต็มสูบ ไม่มีผ่อนคันเร่ง จนสร้างความประทับใจแก่ผู้ชม และมีคนติดตามดาวรุ่งรายนี้ไม่น้อย หากมีเวลาจังหวะที่เหมาะสม เชื่อว่า แพรวพราว น่าจะถูกผลักดันสู่ ONE Championship อย่างแน่นอน 
 
    4. จอมโหด เสริมพรวิวัฒน์ – นักชกโก๋แก่วัย 32 ปี ยังคงรักษาสภาพร่างกาย และมาตรฐานไว้ได้อย่างดี ซึ่งเขามีจุดขายคือ การออกหมัด และพลังกำปั้นที่ไม่ธรรมดา กระดูกประสบการณ์มวยไม่ต้องพูดถึง เก๋าสุด ๆ  อีกอย่างหากได้ต่อยศึก ONE ก็น่าเป็นโอกาสดีในการกอบโกยทรัพย์สิน ช่วงบั้นปลายอาชีพของ จอมโหด 

    5. ถั่วเขียว เกียรติกำพล – กำปั้นหุ่นมะขามข้อเดียว ประเภทตุ๊กตาล้มลุก โดนเท่าไหร่ไม่ว่า ขอให้ข้าได้สู้ จัดเป็นจอมพลิกล็อกประจำศึกเพชรยินดี หัวจิตหัวใจดีเยี่ยม แม้รูปร่างค่อนข้างเล็ก แต่พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ได้ตลอดเวลา 

    6. ช่อฟ้า ท.แสงเทียนน้อย – อีกหนึ่งมวยเก๋าแห่งศึกวันทรงชัย เป็นคนที่น่าเชียร์ เพราะชกได้เร้าใจ อาวุธหนักแรง เป็นมวยเดินบู๊เปิดเกม ผ่านชั่วโมงบินมาเยอะ แถมมีสตอรี่เคยเจอกับ ซูเปอร์สตาร์ประจำศึก ONE อย่าง รถถัง มาแล้ว 
 

    7. กุมารดอย เพชรเจริญวิทย์ – ทรงมวยเตะขาต่อยหมัดรุนแรงแบบ กุมารดอย ค่อนข้างเข้ากับสไตล์ของ ONE Championship อีกทั้งดีกรีของเขาเคยเจอกับ เทนชิน นาสึกาว่า มาแล้ว น่าจะเรียกความสนใจจากผู้ชมชาวต่างชาติได้ไม่น้อย 
 
    8. โลโบ้ ภูเก็ตไฟต์คลับ – นักชกชาวบราซิลคนนี้ จัดเป็นมวยฝรั่งที่ออกอาวุธแม่ไม้มวยไทยได้ครบเครื่อง ทุกรูปแบบ ระยะหลังพัฒนาฝีมือขึ้นมามาก ถึงขนาดได้ทาบชั้นเจอกับ ฤทธิเทวดา ส.นิภาพร มาแล้ว แม้จะพ่ายแพ้ไป แต่ถ้าเทียบกับนักมวยชาวต่างชาติคนอื่นใน ONE เขาก็ไม่ได้ด้อยกว่าใครเลย ในกติกามวยไทย
 

    9. มาเธียส เซเวนมวยไทยยิม – จอมดีเดือดชาวอิตาเลียน ก็เป็นอีกหนึ่งนักมวยที่ต่อยได้สนุก ถูกใจผู้ชม เป็นนักมวยต่างชาติที่น้ำอดน้ำทนดี ชอบปะทะ กล้าออกอาวุธ แถมผ่านประสบการณ์การชกมวยไทยในเวทีมาตรฐานมาไม่น้อย ถือเป็นข้อได้เปรียบเหนือกว่านักมวยฝรั่งหลายคนในศึก ONE 

    10. ไท สจ.เปี๊ยกอุทัย – ปิดท้ายที่ “ไอ้หมัดรอยยิ้มมรณะ” ที่ขึ้นชื่อลือชาในด้านการต่อยแบบไม่ครบยยก เรียกว่า ถ้าไม่น็อกเขา ก็มีสิทธิ์โดนเขาน็อก แถมยังมีสตอรี่เป็นน้องชายแท้ ๆ ของ กุหลาบดำ สจ.เปี๊ยกอุทัย ที่ต่อยในศึก ONE Championship อยู่แล้ว น่าจะเข้ามาสร้างสีสันได้ไม่น้อย หากมีโอกาสได้เซ็นสัญญาจริง ๆ
 


    ส่วนในรายของ ยอดเหล็กเพชร, หนึ่งล้านเล็ก ที่เราไม่เขียนถึงนั้น จากการเช็คข้อมูลพบว่า เขาได้ลงทะเบียนเป็นนักชกของ ONE Championship แล้ว (ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.onefc.com/athletes ) ด้าน ธนญชัย แฟร์เท็กซ์ ที่ไม่ติดลิสต์นี้เพราะเคยมีข่าวออกมาแล้วว่า เจ้าตัวเคยเซ็นสัญญากับ ONE มาแล้วนั่นเอง

 


ติดตามทุกข่าวสารวงการมวยได้ที่นี่ www.muayded789.com

Facebook page : มวยเด็ด789

Youtube Channel : มวยเด็ด789

 

 

“กัปปิตัน” ความฝันที่เป็นจริง | ข่าวเด็ด789 วันที่ 25/01/64 | มวยเด็ด789

“กัปปิตัน” ความฝันที่เป็นจริง | ข่าวเด็ด789 วันที่ 25/01/64 | มวยเด็ด789